การวิจัยผลกระทบทางสังคมและนโยบายสาธารณะในประเทศไทย

การวิจัยด้านสังคมและผลกระทบเชิงสาธารณะในประเทศไทย

หลักฐานที่สะท้อนว่านโยบายเข้าถึงและส่งผลต่อผู้คนได้จริง

Iconic Research ออกแบบและดำเนินการวิจัยด้านสังคมให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และพันธมิตรด้านการพัฒนาที่ทำงานทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำความเข้าใจว่านโยบายและโครงการต่าง ๆ ส่งผลต่อชุมชนในทางปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้การตัดสินใจด้านการคุ้มครองทางสังคม การศึกษา สุขภาพ และการสร้างความครอบคลุมอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน ไม่ใช่ข้อสันนิษฐาน

ในปี 2026 Iconic Research เป็นผู้นำการวิจัยและร่วมเขียนรายงาน Next Generation Thailand ของ British Council ซึ่งเป็นการศึกษาคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศจากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน อ่านกรณีศึกษา

ทำไมการวิจัยด้านนโยบายในประเทศไทยจึงต้องใช้แนวทางที่แตกต่าง

โครงการด้านสังคมในประเทศไทยมักไม่ได้ล้มเหลวจากขั้นตอนการออกแบบนโยบาย แต่ปัญหามักเกิดขึ้นในขั้นตอนการนำไปปฏิบัติ หรือในช่องว่างระหว่างสิ่งที่โครงการตั้งใจจะทำกับประสบการณ์จริงของครัวเรือนในแต่ละพื้นที่ องค์กรที่ทำงานด้านการปฏิรูปการศึกษา การเข้าถึงระบบสุขภาพ หรือการแก้ปัญหาความยากจน จึงจำเป็นต้องมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพื่อทำความเข้าใจช่องว่างดังกล่าว และหลักฐานเหล่านี้ไม่สามารถสร้างขึ้นจากข้อมูลในกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว

ความท้าทายของงานวิจัยด้านสังคมในประเทศไทยมีอยู่ 3 ประการสำคัญ ประการแรก ผลลัพธ์ของนโยบายและโครงการแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาค ดังนั้น หากการวิจัยเข้าถึงเฉพาะพื้นที่บางส่วนและไม่ครอบคลุมชุมชนในต่างจังหวัด ข้อมูลที่ได้ก็อาจไม่สะท้อนภาพรวมของประเทศไทยอย่างแท้จริง ประการที่สอง ประเด็นที่ต้องศึกษาในหลายกรณีเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองเด็ก ความเหลื่อมล้ำทางเพศ สถานการณ์ของแรงงานข้ามชาติ หรือผู้พิการ ทำให้ผู้ให้ข้อมูลอาจไม่กล้าเปิดเผยประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมา หากทีมวิจัยยังไม่ได้สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น ประการสุดท้าย กลุ่มคนที่มีประสบการณ์และมุมมองสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย มักเป็นกลุ่มที่เข้าถึงได้ยากผ่านวิธีการสุ่มตัวอย่างทั่วไป หากงานวิจัยไม่สามารถจัดการกับความท้าทายทั้ง 3 ด้านนี้ได้ ข้อมูลที่ได้อาจดูครบถ้วนในเชิงปริมาณ แต่กลับไม่สะท้อนความเป็นจริงและนำไปสู่ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อนได้

เมื่อใดจึงควรทำการวิจัยด้านสังคมและผลกระทบเชิงสาธารณะ

การประเมินสถานการณ์ตั้งต้น (Baseline Assessments) — ศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของบริการสวัสดิการเด็ก การเข้าถึงการศึกษา และการเข้าถึงบริการสุขภาพก่อนเริ่มโครงการ เพื่อให้สามารถประเมินผลที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนในภายหลัง โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริง ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์

การประเมินการดำเนินนโยบาย (Policy Implementation Evaluation) — ศึกษาว่านโยบายและโครงการด้านการคุ้มครองทางสังคมในประเทศไทยถูกนำไปใช้จริงอย่างไร และวิเคราะห์ว่าการดำเนินงานในพื้นที่มีจุดใดที่แตกต่างจากแนวทางหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้

การวิจัยด้านความเหลื่อมล้ำและการสร้างความครอบคลุม (Inequality and Inclusion Research) — ประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากมาตรการต่าง ๆ ต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในประเทศไทย พร้อมติดตามความแตกต่างในการเข้าถึงบริการและการเข้าถึงโครงการลดความยากจนของกลุ่มเปราะบาง

การวิจัยเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement Research) — สร้างความเข้าใจและการยอมรับต่อโครงการพัฒนาต่าง ๆ โดยทำให้มั่นใจว่าโครงการสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่และบริบททางวัฒนธรรม ไม่ได้ยึดเพียงเป้าหมายของหน่วยงานหรือองค์กรเป็นหลัก

การสะท้อนเสียงของกลุ่มคนที่มักถูกมองข้าม (Representing Marginalised Voices) — เก็บมุมมองและประสบการณ์ของเยาวชน LGBTQ+ ผู้พิการ ชุมชนในชนบท และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญต่อการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม แต่กลับเป็นกลุ่มที่มักไม่ได้รับการนำเสนอในกระบวนการกำหนดนโยบาย

การวิจัยด้านประชากรและสังคมสูงวัย (Demographic and Ageing Research) — ติดตามและทำความเข้าใจผลกระทบของการเข้าสู่สังคมสูงวัยในอาเซียนที่มีต่อระบบสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม และการวางแผนด้านเศรษฐกิจ

ร่วมงานกับ Iconic Research

ไม่ว่าคุณจะเป็นหน่วยงานภาครัฐที่กำลังดำเนินโครงการด้านการคุ้มครองทางสังคม องค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ หรือองค์กรด้านการพัฒนาที่ออกแบบโครงการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน Iconic Research พร้อมสนับสนุนด้วยงานวิจัยที่ตอบโจทย์การทำงาน ตั้งแต่การวิจัยที่ครอบคลุมประชากรในระดับประเทศ ไปจนถึงการวิจัยเชิงคุณภาพที่ลงลึกในประเด็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านจริยธรรมตลอดกระบวนการ

ติดต่อเรา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการด้านการวิจัยเพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมของคุณ

Next Generation Thailand — British Council

Next Generation Thailand — British Council

Iconic Research เป็นผู้นำการวิจัยและร่วมจัดทำรายงาน Next Generation Thailand ของ British Council ซึ่งเป็นการศึกษาคนรุ่นใหม่อายุ 18–30 ปีในระดับประเทศ และเผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2026 งานวิจัยนี้ใช้แบบสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนที่เป็นตัวแทนประชากรในทุกภูมิภาค รวมถึงเยาวชน LGBTQ+ และผู้พิการ ควบคู่กับการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ การสนทนากลุ่ม Youth Task Force และเวิร์กช็อปเพื่อรับฟังและตรวจสอบข้อมูลร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นภาพความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ อุปสรรคที่พวกเขาเผชิญ และแนวทางที่สามารถนำเสียงของคนรุ่นใหม่ไปใช้ในการกำหนดนโยบายได้ รายงานฉบับนี้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 ประการ ซึ่งพัฒนาร่วมกับคนรุ่นใหม่โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

การวิจัยด้านสังคมและผลกระทบเชิงสาธารณะคืออะไร?

คือการวิจัยที่ศึกษาว่านโยบายและโครงการต่าง ๆ ส่งผลต่อกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายอย่างไร โดยผสานการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรเข้ากับการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อให้เห็นทั้งขนาดของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังผลลัพธ์นั้น

สามารถทำวิจัยเยาวชนที่เป็นตัวแทนประชากรทั่วประเทศในประเทศไทยได้หรือไม่?

ได้ โดย Iconic Research เป็นผู้นำการวิจัย Next Generation Thailand ของ British Council ซึ่งเป็นการสำรวจเยาวชนอายุ 18–30 ปี จำนวน 2,000 คนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ควบคู่กับการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการทำงานร่วมกับ Youth Task Force พร้อมร่วมจัดทำรายงานฉบับเผยแพร่

การวิจัยด้านนโยบายมีบทบาทอย่างไรต่อภาคการศึกษาไทย?

ช่วยให้เห็นจุดที่ระบบการศึกษายังมีช่องว่าง ทั้งด้านคุณภาพ ความแตกต่างในการเข้าถึงการศึกษา และการจัดสรรทรัพยากร โดยรวบรวมมุมมองของนักเรียน ครู และผู้ปกครองจากทั่วประเทศ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาตอบโจทย์ความเป็นจริงในห้องเรียนและชุมชน ไม่ใช่อาศัยเพียงการคาดการณ์หรือสมมติฐาน

การวิจัยด้านสังคมช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพในประเทศไทยได้อย่างไร?

ด้วยการทำความเข้าใจว่าคนแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง ชุมชนในชนบท และแรงงานข้ามชาติ เข้าถึงและใช้บริการในระบบสุขภาพจริงอย่างไร รวมถึงค้นหาว่ามีจุดใดที่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง

มีวิธีรักษาคุณภาพของข้อมูลอย่างไรเมื่อต้องทำวิจัยในประเด็นที่ละเอียดอ่อน?

เราให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของทีมภาคสนามให้สามารถทำงานกับผู้ให้ข้อมูลที่มีประสบการณ์ละเอียดอ่อนได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการขอความยินยอมโดยได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน การรักษาความลับของผู้ให้ข้อมูล และการออกแบบวิธีการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะกับกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้งานวิจัยด้านการคุ้มครองเด็กและประเด็นละเอียดอ่อนอื่น ๆ มีความถูกต้องและเป็นไปตามหลักจริยธรรม

สามารถทำวิจัยด้านนโยบายในหลายประเทศอาเซียนได้หรือไม่?

ได้ งานวิจัยด้านสังคมในหลายประเทศสามารถประสานงานจากกรุงเทพฯ ผ่านพันธมิตรด้านการเก็บข้อมูลภาคสนามในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่สอดคล้องกัน พร้อมปรับให้เหมาะกับบริบทและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

แนวทางการทำงานของเรา: งานวิจัยด้านสังคมที่เข้มงวดและยึดหลักจริยธรรม
  • การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-method Design): ใช้การสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากรเพื่อให้เห็นภาพในวงกว้าง ควบคู่กับการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อทำความเข้าใจเหตุผลและบริบทที่อยู่เบื้องหลังข้อมูล
  • การคุ้มครองด้านจริยธรรม (Ethical Safeguards): ใช้แนวทางและมาตรการเฉพาะสำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเด็ก กลุ่มคนชายขอบ หรือผู้ที่มีประสบการณ์กระทบกระเทือนทางจิตใจ
  • ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ (Local Expertise): ทีมวิจัยชาวไทยที่เข้าใจบริบทและพฤติกรรมการเข้าถึงและใช้บริการภาครัฐของคนในพื้นที่จริง
  • ความน่าเชื่อถือในระดับสถาบัน (Institutional Credibility): เป็นผู้นำการวิจัยและผู้ร่วมจัดทำรายงาน Next Generation Thailand ของ British Council พร้อมประสบการณ์ทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันเพื่อการพัฒนา
  • การควบคุมคุณภาพ (Quality Assurance): มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอย่างเข้มงวด รวมถึงการออกแบบการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บข้อมูลภาคสนาม
การประยุกต์ใช้งานวิจัยด้านสังคม
  • การศึกษา: ปัญหาการศึกษาไทย ทั้งอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา การจัดการศึกษาอย่างครอบคลุม ประสิทธิผลของการพัฒนาครู และการประเมินผลการปฏิรูประบบการศึกษา
  • ระบบสุขภาพ: การดำเนินงานของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และ ปัญหาสุขภาพในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มประชากรเฉพาะ
  • การคุ้มครองเด็ก: ประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ศึกษา สิทธิเด็กในประเทศไทย บริการสวัสดิการเด็ก และประสิทธิผลของโครงการด้านการคุ้มครองและดูแลเด็ก
  • การคุ้มครองทางสังคม: การเข้าถึงโครงการ การจัดสรรและส่งมอบสิทธิประโยชน์ การรับรู้ของคนในชุมชน และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าร่วมโครงการ
  • ความเหลื่อมล้ำและการสร้างความครอบคลุม: ความเหลื่อมล้ำทางเพศ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในประเทศไทย และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของกลุ่มคนชายขอบ
  • สังคมสูงวัยและโครงสร้างประชากร: ความพร้อมของประเทศในอาเซียนต่อการเข้าสู่สังคมสูงวัย ระบบการดูแลผู้สูงอายุ และการเกื้อหนุนระหว่างคนต่างรุ่น
โครงการเพื่อสังคมที่มีประสิทธิผลต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกรอบนโยบายเข้ากับประสบการณ์จริงของผู้คน งานวิจัยของเราช่วยเชื่อมโยงทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

แนวทางของเรา

Iconic Research ผสานความเข้มงวดด้านระเบียบวิธีวิจัยเข้ากับความเข้าใจในบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านการพัฒนาสังคมในประเทศไทยบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานที่เชื่อถือได้

การประเมินที่คำนึงถึงบริบทของพื้นที่

ออกแบบกรอบการวิจัยให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยยังคงมาตรฐานด้านระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน เช่น การป้องกันการล่วงละเมิดเด็ก การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ และการนำนโยบายหรือโครงการด้านสวัสดิการสังคมไปดำเนินการในระดับชุมชน

การวิจัยบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน

นำหลักสิทธิมนุษยชนมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ผลการวิจัยสะท้อนทั้งประสิทธิภาพของการให้บริการและหลักการด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน

การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ทำ Stakeholder Mapping เพื่อให้มั่นใจว่ามุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องได้รับการนำมาพิจารณาตั้งแต่การออกแบบงานวิจัยไปจนถึงการวิเคราะห์และตีความผลการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โครงการที่ได้รับทุนจากผู้สนับสนุน และโครงการพัฒนาที่ทำงานร่วมกันหลายภาคส่วน

การวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์

นำผลการวิจัยไปต่อยอดเป็นข้อเสนอแนะที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายของโครงการและแนวทางการสร้างผลลัพธ์ เพื่อให้เห็นทั้งอุปสรรคในการดำเนินงานและโอกาสในการพัฒนาการคุ้มครองทางสังคมและโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ ดูตัวอย่างการนำแนวทางนี้ไปใช้จริงจากงานสำรวจประชากรภาคสนามเกี่ยวกับค่าครองชีพในประเทศไทยของเรา

ร่วมงานกับเรา