เราทำงานกับทั้งแพทย์และผู้ป่วย โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมที่ผ่านการตรวจสอบตัวตน ครอบคลุมหลากหลายโรค รวมถึงกลุ่มที่เข้าถึงยาก และสามารถดำเนินงานได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดด้านการแพทย์ที่พัฒนาที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับบริษัท pharma, medical device และ digital health ที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาค
การทำ healthcare market research หรือการวิจัยตลาดด้านสุขภาพ ในบริบทนี้จึงต้องมากกว่าวิธีวิจัยแบบมาตรฐาน ต้องเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่เข้าถึงได้ยาก เข้าใจความละเอียดอ่อนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลด้านการวินิจฉัยและการรักษา และมีความเชี่ยวชาญภาคสนามในการทำงานกับระบบโรงพยาบาลและคลินิกของไทย
ที่ Iconic Research เราสนับสนุนลูกค้ากลุ่ม healthcare และ life sciences ครอบคลุมทั้งการสรรหาผู้ป่วยและแพทย์ การทำวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมถึง consumer research ในทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย
สำหรับโครงการที่ครอบคลุมหลายประเทศ เราสามารถประสานงานวิจัยทั่วอาเซียน ผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
งานวิจัยด้านสุขภาพในไทยมักเกี่ยวข้องกับลูกค้ากลุ่มเฉพาะ โดยเราทำงานครอบคลุม:
บริษัท pharma ที่ต้องการประเมินภาพลักษณ์แบรนด์ ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษา และพฤติกรรมการสั่งจ่ายยา ครอบคลุมตั้งแต่ primary care ไปจนถึงสาขาเฉพาะทาง
บริษัท medical device และ MedTech ที่กำลังเข้าสู่ตลาดไทย และต้องการเข้าใจผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อ กระบวนการจัดซื้อ และอุปสรรคต่อการนำไปใช้ทางคลินิก ก่อนส่งข้อมูลต่อให้ทีมระดับภูมิภาค
บริษัท digital health และ health-tech ที่ต้องการ concept testing วัดประสบการณ์ผู้ใช้ และเข้าใจว่าผู้ป่วยและผู้ให้บริการในไทยใช้งานเทคโนโลยีสุขภาพอย่างไรในชีวิตจริง
โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุข ที่ต้องการทำวิจัยประสบการณ์ผู้ป่วย การประเมินคุณภาพบริการ และการสำรวจความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน
หน่วยงานรัฐและองค์กร NGO ด้านสุขภาพ ที่ต้องการสำรวจสุขภาพประชากร ศึกษาความเห็นต่อเชิงนโยบาย และทดสอบการสื่อสารด้านสาธารณสุข
การสรรหาผู้ป่วยในไทยต้องรับมือกับข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งระบบคัดกรองของโรงพยาบาล มาตรฐานความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย และความละเอียดอ่อนในการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพในวัฒนธรรมไทย เรามีเครือข่ายกับโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ และสถานพยาบาลภาครัฐ พร้อมทีมภาคสนามที่มีประสบการณ์ทำงานกับผู้ป่วยโดยตรง
เราสามารถสรรหาผู้ป่วยครอบคลุมหลายโรค เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ และโรคหายาก รวมถึง caregiver และสมาชิกครอบครัว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจด้านสุขภาพในบริบทไทย
การได้มาซึ่งคำตอบที่ตรงไปตรงมาจากแพทย์ไทย ไม่ใช่แค่มีแบบคัดกรองหรือค่าตอบแทนก็เพียงพอ แพทย์ในไทยมีความหลากหลาย ตั้งแต่เจ้าของคลินิกเอกชนไปจนถึงแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาล ซึ่งทำงานภายใต้โครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน
เราดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก focus group และแบบสำรวจ กับทั้งแพทย์ทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญ เภสัชกร และพยาบาล โดยมีการตรวจสอบคุณสมบัติ (เช่น ใบประกอบวิชาชีพ) ตามความจำเป็น ทีม moderator และ interviewer ของเรามีประสบการณ์ในการจัดการกับความละเอียดอ่อนในเชิงวิชาชีพ ที่ส่งผลต่อวิธีการตอบคำถามของบุคลากรทางการแพทย์
สำหรับทีมที่อยู่ในขั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการสื่อสาร การทำ concept testing ในไทยช่วยให้เห็นว่าทั้ง HCP และผู้ป่วย “ตอบสนองจริง” อย่างไรก่อนตัดสินใจลงทุน
การทำ focus group และสัมภาษณ์เชิงลึกในบริบทสุขภาพ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความละเอียดอ่อนของประเด็น ความสบายใจของผู้ตอบ และขอบเขตการเปิดเผยข้อมูล ผู้ป่วยที่พูดถึงการวินิจฉัย การใช้ยา หรือผลข้างเคียง ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ ไม่ใช่สถานที่วิจัยแบบทั่วไป
เราจึงออกแบบงานวิจัยให้เหมาะกับความละเอียดอ่อนของหัวข้อ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การเตรียม moderator กระบวนการขอ consent ไปจนถึงการวิเคราะห์ที่เข้าใจ “สิ่งที่พูด” และ “สิ่งที่ผู้ตอบหมายถึงจริง ๆ”
สำหรับงานสำรวจขนาดใหญ่ เช่น การติดตามการรักษา หรือการวิจัยเชิงปริมาณกับ HCP เราใช้ทั้งวิธีออนไลน์และออฟไลน์ตามความเหมาะสมของกลุ่มเป้าหมาย ผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขของไทยจำนวนมากยังเป็นกลุ่ม offline-first ทีม CAPI ของเราจึงสามารถเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่ online panel ไม่สามารถเข้าถึงได้
เราทำงานกับทั้งแพทย์และผู้ป่วย โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมที่ผ่านการตรวจสอบตัวตน ครอบคลุมหลากหลายโรค รวมถึงกลุ่มที่เข้าถึงยาก และสามารถดำเนินงานได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
ได้ เรามีทีมภาคสนามครอบคลุมหลายภูมิภาคของไทย ทำให้สามารถลงพื้นที่วิจัยได้ทั้งในโรงพยาบาลต่างจังหวัดและระบบบริการสุขภาพระดับชุมชน ไม่ได้จำกัดเฉพาะคลินิกเอกชนในเมือง
งานภาคสนามทั้งหมดดำเนินการเป็นภาษาไทย ตั้งแต่การคัดเลือกผู้เข้าร่วม การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการออกแบบเครื่องมือวิจัย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนบริบทจริงมากที่สุด ส่วนการวิเคราะห์และรายงานผลจะจัดทำเป็นภาษาอังกฤษสำหรับลูกค้าต่างชาติ
เราทำงานครอบคลุมตั้งแต่ pharma, medical device, MedTech, digital health ไปจนถึงบริการโรงพยาบาลและสาธารณสุข โดยลูกค้าของเรามีทั้งบริษัทข้ามชาติ หน่วยงานด้านสุขภาพระดับภูมิภาค และองค์กร NGO
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน โดยโครงการที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยมักใช้เวลาประมาณ 4–8 สัปดาห์ ขณะที่งานสัมภาษณ์แพทย์อาจใช้เวลาสั้นหรือยาวกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสาขาและขนาดตัวอย่าง ซึ่งเราจะกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นโครงการ
“งานวิจัยด้านสุขภาพในประเทศไทย ไม่ได้วัดกันแค่เรื่องวิธีวิจัย แต่อยู่ที่ว่า ‘เข้าถึงได้จริงไหม’ — เข้าถึงแพทย์ที่ใช่ ผู้ป่วยที่ใช่ และสถานพยาบาลที่ใช่ เพราะถ้าเข้าไม่ถึง ต่อให้ออกแบบงานวิจัยมาดีแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือพอให้เอาไปใช้ตัดสินใจได้”
งานวิจัยด้านสุขภาพในไทยมักพลาดตั้งแต่ต้น ถ้ายังมองผู้เข้าร่วมวิจัยเหมือนเป็น “กลุ่มตัวอย่างทั่วไป”
โรงพยาบาลในไทย โดยเฉพาะภาครัฐ ไม่ได้เปิดให้คนภายนอกเข้าไปทำวิจัยได้ง่าย ๆ การจะเข้าถึงผู้ป่วยจริงในโรคเฉพาะทาง หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว และทีมภาคสนามที่รู้วิธีทำงานในระบบ ซึ่งเอเจนซี่วิจัยทั่วไปมักไม่มี
ผู้ป่วยไทยจำนวนไม่น้อยมักบอกข้อมูลไม่ครบ เช่น อาการจริง การใช้ยาไม่ต่อเนื่อง หรือความไม่พอใจในการรักษา ไม่ใช่เพราะไม่ซื่อสัตย์ แต่เป็นเพราะวัฒนธรรมที่ไม่อยากเป็นภาระ และมีความเกรงใจต่อแพทย์ งานวิจัยจึงต้องออกแบบคำถามและวิธีการสัมภาษณ์ให้สอดคล้องกับบริบทนี้อย่างชัดเจน
ระบบสาธารณสุขไทยมีช่องว่างค่อนข้างชัด ระหว่างโรงพยาบาลเอกชนที่มีทรัพยากรพร้อม รองรับคนเมืองและผู้ป่วยต่างชาติ กับระบบภาครัฐที่ดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้างานวิจัยเข้าถึงเฉพาะผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชน ก็เท่ากับพลาดภาพของตลาดส่วนใหญ่ไป
การเอาแบบสอบถามภาษาอังกฤษมาแปลเป็นไทย มักได้แค่ “คำตอบ” แต่ไม่ได้ “อินไซต์” จริง ทั้งศัพท์ทางการแพทย์ ความอ่อนไหวของโรคบางประเภท และวิธีที่ผู้ป่วยไทยเล่าอาการให้แพทย์ฟัง เทียบกับเวลาคุยกับนักวิจัย ล้วนต่างกัน งานวิจัยที่ได้ผลจริง ต้องเริ่มต้นจากภาษาไทยตั้งแต่แรก โดยทีมที่เข้าใจทั้งบริบททางการแพทย์และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน