
อุตสาหกรรมอาหารไทยเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยความได้เปรียบด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ระบบการผลิตที่แข็งแกร่ง และความสามารถของผู้ประกอบการในการปรับตัวต่อเทรนด์ผู้บริโภคโลก ทำให้อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบสนองความต้องการภายในประเทศ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันไทยสู่บทบาท “ครัวของโลก” ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และแรงกดดันด้านความยั่งยืน การเข้าใจโครงสร้างตลาด แนวโน้ม และโอกาสใหม่ ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับภาค ธุรกิจอาหาร และนักลงทุนที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สารบัญ
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage Industry: F&B) คืออุตสาหกรรมที่ครอบคลุมกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตและแปรรูปวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่ม การจัดจำหน่ายและค้าปลีกผ่านช่องทางดั้งเดิมและสมัยใหม่ ไปจนถึงการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้บริโภคทั้งทางตรงและผ่านช่องทางเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมนี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ไม่เพียงในฐานะแหล่งสร้างมูลค่าและการจ้างงานจำนวนมาก แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน การขยายตัวของการท่องเที่ยว และการพัฒนาภาคบริการ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว ภาคการจัดจำหน่ายและค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการผลิตเข้ากับผู้บริโภค และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าภาคค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มของไทยจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5.08% ต่อปีในช่วงปี 2567–2572 และมีมูลค่าตลาดราว 91.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2572 ตลาดยังคงถูกขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น Tesco Lotus, 7-Eleven, Makro, Big C และร้านสะดวกซื้อ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับอาหารสดและคุณภาพ ควบคู่กับการใช้ช่องทางโมเดิร์นเทรดและอีคอมเมิร์ซที่เติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยด้านความสะดวก บริการจัดส่ง และระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ เทรนด์สุขภาพยังผลักดันความต้องการสินค้าเฉพาะทางและการเติบโตของสินค้าแบรนด์ผู้ค้าปลีก [1]
อีกหนึ่งภาคส่วนสำคัญ คือภาคการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยในปี 2568 คาดว่าธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 657,000 ล้านบาท และเติบโตประมาณ 4.6% จากปีก่อนหน้า แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2567 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งประเทศไทยมีร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์มากกว่า 482 ร้าน ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของต้นทุน การขยายสาขา และกลยุทธ์ด้านราคาของผู้ประกอบการ ยังมีส่วนช่วยผลักดันรายได้เฉลี่ยต่อการใช้จ่าย และทำให้มูลค่าตลาดโดยรวมขยายตัว[6]


ทิศทางของตลาดอาหารกำลังเคลื่อนสู่ความยั่งยืน สุขภาพ และความเฉพาะบุคคล โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ทั้งโปรตีนทางเลือก อาหารแปรรูปน้อย และเครื่องดื่มที่ลดน้ำตาล ผู้ผลิตจึงต้องปรับสูตร พัฒนาสินค้าใหม่ และเน้นความโปร่งใสในฉลากอาหาร ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้เกิดสินค้าแบบ personalized เช่น อาหารตามข้อมูลสุขภาพหรือ lifestyle ของแต่ละคน
เทรนด์ด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็กำลังมาแรง ผู้ผลิตต้องเปลี่ยนวัสดุไปสู่ bio-based หรือวัสดุรีไซเคิลเพื่อตอบโจทย์ทั้งกฎหมายและความคาดหวังของผู้บริโภค นอกจากนี้ การผสานช่องทางขายแบบ omnichannel—ระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ต อีคอมเมิร์ซ และร้านอาหาร—ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา
ในมุมเศรษฐกิจมหภาค ผู้ผลิตไทยจำนวนมากเริ่มขยายฐานการผลิตต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงด้าน logistics และภาษี รวมถึงเพื่อเข้าใกล้ตลาดส่งออก จึงทำให้ อุตสาหกรรมอาหารไทย ยังคงมีศักยภาพเติบโตในเวทีโลกได้อย่างต่อเนื่อง [4]

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยกำลังเผชิญกับโอกาสใหม่และแนวโน้มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยผู้ประกอบการควรจับตา 10 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่มที่เน้น คุณค่าทางโภชนาการและส่วนผสมจากธรรมชาติ, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม, รสชาติและนวัตกรรมใหม่, เครื่องดื่มจากพืชและเพื่อระบบย่อยอาหาร, ความยั่งยืนและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพจิต, และ เทคโนโลยี AI ในการผลิตและการตลาด สำหรับตลาดส่งออก ไทยครองอันดับ 5 ของโลกในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายตลาดไปยัง CLMV และประเทศเพื่อนบ้านพร้อมปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องเทรนด์เหล่านี้เพื่อสร้างความแตกต่างและความยั่งยืน [5]
เทรนด์หลัก | โอกาสธุรกิจ | แนวทางปฏิบัติ |
สุขภาพ & โภชนาการ | สินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ | เพิ่มส่วนผสมจากธรรมชาติ ลดน้ำตาล |
ความงาม & สุขภาพจิต | ตลาดเครื่องดื่ม Functional / Mood Food | พัฒนาเครื่องดื่มเพื่อผิว/อารมณ์ |
นวัตกรรม & รสชาติใหม่ | สร้างจุดต่างจากคู่แข่ง | ออกแบบรสชาติและบรรจุภัณฑ์ใหม่ |
Plant-based & Gut Health | เติบโตตามเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ | ใช้วัตถุดิบจากพืชและโปรไบโอติก |
ความยั่งยืน | ตอบโจทย์ผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อม | ใช้วัสดุรีไซเคิล ลด Carbon Footprint |
AI & Digital | คาดการณ์ความต้องการและการตลาดแม่นยำ | ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค |
สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทานและอาหารแปรรูป กำลังเป็นแรงขับสำคัญที่ช่วยผลักดัน อุตสาหกรรมอาหารไทย ให้แข่งขันได้ในตลาดโลก ด้วยการผสานเทรนด์ด้านสุขภาพ ความสะดวก และนวัตกรรมอาหาร ผู้บริโภคไทยและต่างประเทศหันมานิยมสินค้าที่ “พร้อมทาน–ดีต่อสุขภาพ–โปร่งใสด้านแหล่งที่มา” มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอาหารพร้อมทานของไทยเติบโตเฉลี่ย 5–6% ต่อปีตามคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกรุงศรี และตลาดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึง Plant-Based Food ของไทยขยายตัวต่อเนื่องตามรายงานของ Vegconomist ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของผู้ผลิตไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอาหารพื้นฐานผ่านสินค้ากลุ่ม FMCG ระดับพรีเมียม
นอกจากนี้ เทรนด์ด้านความยั่งยืนและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกยังขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการไทยปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาโปรดักต์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะเดียวกันการนำเทคโนโลยีอย่าง Automation, Big Data และ Food Innovation มาใช้ในสายการผลิตทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคไทยสามารถรักษามาตรฐานและคุณภาพระดับสากลได้อย่างสม่ำเสมอ รายงานจาก SME Thailand ชี้ว่าผู้ผลิตไทยจำนวนมากกำลังยกระดับสินค้าไปสู่กลุ่ม Premium & Functional FMCG เพื่อต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมอาหารไทยก้าวสู่บทบาท “ผู้ส่งออกสินค้ามูลค่าสูง” มากกว่าการพึ่งพาวัตถุดิบดิบเพียงอย่างเดียว [2]
เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานใน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ การนำระบบอัตโนมัติ (automation) และอุปกรณ์ IoT เข้ามาใช้ในสายการผลิตช่วยลดต้นทุนแรงงาน ลดการสูญเสีย และทำให้การผลิตมีความแม่นยำสูงขึ้น ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและกระบวนการผลิตแบบ real-time ส่งผลให้ได้สินค้าที่คงมาตรฐานและปลอดภัยมากกว่าเดิม
ในด้านการตลาดและการขาย เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้เข้าใจผู้บริโภคได้ลึกยิ่งขึ้น เช่น การใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรีหรือโซเชียลมีเดียเพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม ความนิยมเมนู และช่วงเวลาสั่งซื้อ ทำให้ธุรกิจสามารถออกแบบเมนูใหม่ได้สอดคล้องตามข้อมูลจริง อีกหนึ่งเทรนด์ที่เติบโตคือ cloud kitchen ซึ่งช่วยลดค่าเช่าและบุคลากร เพิ่มความคล่องตัว ช่วยให้ทั้ง SME และแบรนด์ใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจอาหารได้ง่ายโดยไม่ต้องเปิดหน้าร้านจริง
โดยรวมแล้ว เทคโนโลยีได้ยกระดับประสิทธิภาพและขยายโอกาสของผู้ประกอบการทุกระดับ ทำให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว [3]
เทคโนโลยี | การใช้งานหลัก | ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ |
IoT และเซนเซอร์ | ติดตามคุณภาพวัตถุดิบแบบ real-time | ลดการสูญเสีย เพิ่มคุณภาพสินค้า |
Automation | ระบบการผลิตอัตโนมัติในโรงงาน | ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ |
Data Analytics | วิเคราะห์เมนูยอดนิยมและพฤติกรรมผู้สั่งซื้อ | พัฒนาสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย |
Cloud Kitchen | ศูนย์ผลิตอาหารรวม | เปิดธุรกิจง่าย ลงทุนต่ำ |
Online Ordering System | สั่งอาหารผ่านแอป/เว็บ | เพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า |
กรณีศึกษานี้เป็น ตัวอย่างอุตสาหกรรมอาหาร ที่ชัดเจนในการใช้การวิจัยตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายตลาดชาออร์แกนิกในประเทศและต่างประเทศ ผู้ผลิตชาออร์แกนิกขนาดกลางของไทยได้ร่วมมือกับบริษัทวิจัยเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริโภคชาวมิลเลนเนียลและ Gen Z ในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด
กรณีศึกษานี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ธุรกิจอาหารต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากการวิจัยตลาดแบบเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความแตกต่างในการแข่งขันและขยายตลาดในกลุ่มสินค้ามูลค่าสูง
ภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารไทย สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดภายในและเวทีโลก ตั้งแต่การขยายตัวของตลาดอาหารและบริการอาหาร การเติบโตของสินค้า FMCG และ Future Food ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามายกระดับประสิทธิภาพการแข่งขัน ขณะเดียวกัน เทรนด์ด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และ omnichannel กำลังกำหนดทิศทางใหม่ให้กับทั้ง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการที่สามารถใช้ข้อมูลตลาดเชิงลึก ผสานนวัตกรรม และวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ จะมีความได้เปรียบในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายตลาด และรับมือกับความผันผวนในอนาคตได้อย่างมั่นคง
อุตสาหกรรมอาหารไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกหรือไม่ในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า?
ยังมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแปรรูปมูลค่าสูง อาหารเพื่อสุขภาพ และตลาดส่งออก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกและจุดแข็งด้านการผลิตของไทย
เทคโนโลยีดิจิทัลสำคัญต่อธุรกิจอาหารมากแค่ไหน?
เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการผลิต เข้าใจลูกค้าเชิงลึก และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้ง value chain
เทรนด์อาหารสุขภาพส่งผลต่อผู้ผลิตไทยอย่างไร?
ผู้ผลิตต้องปรับสูตร ลดน้ำตาล โซเดียม และใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติหรือโปรตีนทางเลือกมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออก
ตลาดเครื่องดื่มไทยยังน่าสนใจสำหรับการลงทุนหรือไม่?
น่าสนใจ โดยเฉพาะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มจากพืช และ functional beverage ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การทำวิจัยตลาดมีบทบาทอย่างไรต่อการขยายธุรกิจอาหาร?
การวิจัยตลาดช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ ทำให้เข้าใจความต้องการผู้บริโภค คู่แข่ง และศักยภาพตลาดได้ชัดเจน เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน
[1] Tridge ‘Thailand’s Thriving Food and Beverage Retail Market: Key Players, Trends, and Future Growth’ https://www.tridge.com/stories/thailands-thriving-food-and-beverage-retail-market-key-players-trends-and-future
[2] Nation Thailand ‘Thailand ranked the world’s 12th future food exporter’ https://www.nationthailand.com/news/general/40039983
[3] depa Thailand นวัตกรรมอาหารกับเทคโนโลยีดิจิทัล https://www.depa.or.th/th/article-view/Food-innovation-and-digital-technology
[4] Krungsri ‘แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยปี 2568-2570’ https://www.krungsri.com/th/research/industry/summary-outlook/thailand-industry-outlook-summary-2025-2027
[5] สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ‘สนค. “เจาะ 10 เทรนด์เครื่องดื่มปี 2568 เร่งตอบโจทย์ไปไกลได้ทุกตลาด”’ https://www.tpso.go.th/news/2503-0000000012?utm_
[6] ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ‘ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มปี 68 คาดขยายตัว 4.6% มูลค่าตลาด 657,000 ล้านบาท’ https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/IAO111-Restaurant-Industry-FB-16-12-2024.aspx
[7] The Stock Exchange of Thailand ‘Classification of Industry Group and Sector’ https://www.set.or.th/en/listing/equities/industry-sector-classification
[8] Krungsri แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2567-2569: ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดิ่ม https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/services/food-beverages/io/io-food-beverage-restaurant-2024-2026
หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์ |
ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย! (+66)888954954 |
เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!
KOL คือผู้เชี่ยวชาญที่มีอิทธิพลจากความน่าเชื่อถือและความรู้เฉพาะทาง ไม่ใช่แค่ยอดผู้ติดตาม บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง KOL และ influencer วิธีวิจัย KOL selection ในประเทศไทย และการวัด brand impact ที่ platform metrics เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนได้
19 นาทีในการอ่านBrand positioning research ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่า consumer perception ตรงกับ positioning ที่ตั้งใจไว้หรือไม่ พร้อมอธิบาย perceptual map, brand repositioning และการแข่งขันจาก Chinese challengers ในตลาดไทย
20 นาทีในการอ่านBrand identity คือสิ่งที่แบรนด์ตั้งใจสื่อ ส่วน brand image คือสิ่งที่ผู้บริโภครับรู้จริง บทความนี้อธิบายวิธีทำ brand identity research และ audit ผ่าน Brand Identity Prism เพื่อวัดช่องว่างระหว่าง identity กับ perception รวมถึงเหตุใดบริบทวัฒนธรรมและ competitive pressure ในประเทศไทยจึงทำให้การสร้าง brand identity ที่แตกต่างต้องอาศัยงานวิจัยมากกว่า framework มาตรฐาน
17 นาทีในการอ่าน