
ตลาดชาในประเทศไทยครอบคลุมประเภทที่หลากหลายตั้งแต่ชาไทยแบบดั้งเดิมไปจนถึงชาออร์แกนิกระดับพรีเมียม ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความนิยมในตลาดชาไข่มุก (94% ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี) [2] ซึ่งตลาดชาไทยเติบโตด้วยผู้บริโภคในประเทศควบคู่ไปกับการส่งออก ที่สูงถึง 19.7 ล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับชาไทยในตลาดอาเซียน
สารบัญ
หมวดหมู่ชาทั่วโลก
การทําความเข้าใจประเภทของชาในประเทศไทยจําเป็นต้องรู้หมวดหมู่ชาทั่วโลกก่อน ซึ่งชา หลัก ๆ หกชนิดที่มาจากต้น คามิเลีย ซินเนซิส (Camellia sinensis) ได้แก่ ชาดํา ชาเขียว ชาอู่หลง ชาขาว ชาผู่เอ๋อ และชาเข้มหมัก
วิธีการแปรรูปจะประกอบด้วย การออกซิเดชั่น (การทำให้ใบชาสัมผัสกับออกซิเจนจนเปลี่ยนสีและรสชาติ) การหมัก และการคั่ว ซึ่งจะกําหนดรสชาติ ระดับคาเฟอีน และกลิ่นของชา
ส่วนเครื่องดื่มสมุนไพรชง เช่น ชาคาโมไมล์ ชาดอกชบา และชาตะไคร้ ที่เราอาจเรียกติดปากว่า ชาสมุนไพร แท้จริงแล้วไม่ใช่ชาในทางเทคนิค แต่ถือเป็นน้ำชงเพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน

โดยประเภทของชาที่ถูกบริโภคมากที่สุดทั่วโลก ได้แก่ ชาดํา ชาเขียว และสมุนไพร โดยมีความต้องการเพิ่มขึ้นสําหรับส่วนผสมระดับพรีเมียม ซึ่งแนวโน้มนี้ก็มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคชาวไทยด้วยเช่นกัน

เครื่องดื่มเอกลักษณ์ของประเทศไทยคือชานมเย็นไทย (ชาเย็น) ซึ่งเป็นชาดําเข้มข้นผสมนมข้น น้ําตาล และน้ําแข็ง [3] รสชาติอันหวานหอมของมันได้ครองแผงขายริมถนนและตลาดชาไทยยุคใหม่ ส่วนเครื่องดื่มดั้งเดิมยอดนิยมอื่น ๆ ก็ได้แก่ ชาเขียวไทย ชาสมุนไพรตะไคร้ ชามะตูม เก๊กฮวย และน้ำกระเจี๊ยบ
สภาพอากาศที่ร้อนของประเทศไทยเองก็ทำให้ชาเย็นขายดีกว่าชาร้อนและโดยทั่วไปแล้ว เครื่องดื่ม “สไตล์ไทย” ก็หมายถึงการชงสุดเข้มข้นและมีรสหวานมัน [3] แม้แต่แบรนด์ชาไทยบูติกที่มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคระดับพรีเมียมก็นำเอาโปรไฟล์รสชาติพื้นฐานนี้มาปรับใช้เช่นกัน
นอกเหนือจากชานมไข่มุกแบรนด์ไทยและเทศในตลาดแล้ว การทําชาให้เป็นพรีเมี่ยมได้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมชาไทย ที่ผู้บริโภคในเมืองมักซื้อชาอู่หลงต้นกําเนิดเดียว (single-origin oolongs) มัทฉะเกรดพรีเมี่ยมหรือเกรดพิธีการ และการชาสูตรปรุงพิเศษ ซึ่งแบรนด์ชาไทยสุดพรีเมี่ยมอย่าง Karun Thai Tea ได้ยกระดับชาไทยแบบดั้งเดิมให้เป็นประสบการณ์ที่หรูหราผ่านใบชาเกรดพรีเมี่ยม พร้อมกับการสร้างแบรนด์ที่เรียบง่ายและหรูหรา และกิจกรรมชิมชาที่คัดสรรมาอย่างดี [4]
จังหวัดทางภาคเหนือ (เช่นเชียงราย เชียงใหม่ ลําพูน) เป็นผู้นําการเพาะปลูกชาออร์แกนิก และผลิตใบชาปลอดยาฆ่าแมลงสําหรับตลาดส่งออกและผู้บริโภคในประเทศที่ใส่ใจสุขภาพ
พวกเรา Iconic Thai ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบชา ก็ได้เดินทางทั่วภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อศึกษาวิจัยหัวข้อนี้ ที่เรารวมเอาความชอบในการค้นพบชาพันธุ์ใหม่เข้ากับการให้ข้อมูลเชิงลึกของตลาดชาในประเทศไทย
ตลาดชาพร้อมดื่มเองก็มีขนาดใหญ่ขึ้น จากตลาดชาเขียวปราศจากน้ําตาล รสชาติที่แปลกใหม่ และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกสบาย ที่รวมกันทำให้ตลาดชาพร้อมดื่มได้ความน่าสนใจจากผู้บริโภคในวงกว้าง
ผู้บริโภคชาวไทยมองว่าชาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยเข้ามาแทนที่โซดาที่มีน้ําตาลและเครื่องดื่มชูกําลัง การตระหนักรู้ด้านสุขภาพนี้ช่วยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มชาออร์แกนิกในประเทศไทยและการขยายตัวของตลาดชาเขียวโดยตรง โดยการวิจัยพบว่า 62% ของผู้ดื่มชามักเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเช่นเดียวกัน ทําให้พวกเขาเปิดรับแบรนด์ชาไทยและเทศที่สื่อสารเรื่องประโยชน์และส่วนผสมที่สะอาดมากขึ้น
ผู้บริโภค Gen Z อยู่แถวหน้าของเทรนด์สุขภาพนี้ โดยพวกเขามองหาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมด้านสุขภาพและความยั่งยืน โดยตลาดชาพร้อมดื่มที่มุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ต่อสุขภาพ และความสะดวกสบาย จะดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างมาก
ตลาดชาในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเทรนด์สุขภาพและความใส่ใจในส่วนผสมที่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์ “ชาไทยไม่ใส่สี” ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องดื่มที่มีความปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ แบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง ชาตรามือ และคาเฟ่ อเมซอน ก็ได้เปิดตัวเมนูชาไทยที่ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและช่วยยกระดับมาตรฐานของแบรนด์ชาไทยให้สูงขึ้น [8]

โดยข้อมูลจาก DTX360 พบว่าแบรนด์อย่างคาเฟ่ อเมซอน ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงมากเป็นอันดับหนึ่งในเรื่อง ชาไม่ใส่สี คิดเป็นสัดส่วนถึง 56.7% ท่ามกลางกระแสความนิยมที่กำลังได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่แบรนด์ยอดนิยมอย่าง ชาตรามือ ผู้มีภาพลักษณ์ชัดเจนในฐานะชาไทยโบราณที่ได้รับความนิยมในวงกว้างจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับการกล่าวถึงเป็นอันดับสอง อยู่ที่ 34.4% [9]
การวิจัยทางประชากรศาสตร์ของเราเผยให้เห็นกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายพร้อมความชอบและพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างกัน:

ผู้บริโภคชาไทยมีส่วนร่วมกับเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานการบริโภคเข้ากับแฟชั่น เช่นการคอลแลปกับเกม และการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยการบริโภคชาคือการแสดงออกทางตัวตนรูปแบบหนึ่ง เห็นได้จากการวางตําแหน่งด้านสุนทรียภาพของแบรนด์อย่าง Karun หรือ collaboration กับ วัฒนธรรมป๊อปของ KOI Thé ซึ่งช่วยดึงดูดผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับแบรนด์
ตลาดชาไข่มุกในประเทศไทยแสดงถึงพลังทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรวัยรุ่น ซึ่งการวิจัยแสดงให้เห็นว่า 94% ของคนไทยอายุ 20-29 ปีซื้อชานมไข่มุกในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งขับเคลื่อนโดยการมีตัวเลือกการปรับส่วนผสมในชานม หรือความสวยงามของเครื่องดื่ม [2]
แบรนด์ชาต่างประเทศอย่าง KOI Thé และ Tiger Sugar เองก็ประสบความสําเร็จผ่านการทํางานร่วมกันกับวัฒนธรรมป๊อป อย่างเช่นความร่วมมือกับ Genshin Impact ของ KOI Thé ที่นําเสนอเครื่องดื่มในธีมเกมและสินค้าสะสม สร้างการมีส่วนร่วมแบบไวรัลบน social media ได้ดี [6]
การประยุกต์ใช้การวิจัย: การทําความเข้าใจความสําเร็จของตลาดชาไข่มุกต้องใช้การทําแผนที่เส้นทางของผู้บริโภค การวิเคราะห์ด้านโซเชียลมีเดีย และการศึกษาการบูรณาการไลฟ์สไตล์เพื่อค้นหาแรงขับเคลื่อนการตัดสินใจที่นอกเหนือจากความชอบด้านรสชาติพื้นฐาน
การมีอยู่บนโซเชียลมีเดียกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมองเห็นแบรนด์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในตลาดชาที่มีการแข่งขันสูงของประเทศไทย โดยการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมของเราเผยให้เห็นความหลากหลายทางประสิทธิภาพที่สําคัญ:

การประยุกต์ใช้การวิจัย: การทําความเข้าใจความสําเร็จของตลาดชาไข่มุกต้องใช้การทําแผนที่เส้นทางของผู้บริโภค การวิเคราะห์ด้านโซเชียลมีเดีย และการศึกษาการบูรณาการไลฟ์สไตล์เพื่อค้นหาแรงขับเคลื่อนการตัดสินใจที่นอกเหนือจากความชอบด้านรสชาติพื้นฐาน
การมีอยู่บนโซเชียลมีเดียกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมองเห็นแบรนด์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในตลาดชาที่มีการแข่งขันสูงของประเทศไทย โดยการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมของเราเผยให้เห็นความหลากหลายทางประสิทธิภาพที่สําคัญ:

โดยชาตรามือครองตําแหน่งแบรนด์ชาไทยชั้นนําด้วยการมีส่วนร่วม 35.4% และส่วนแบ่งทางตลาด 70% ในขณะที่แบรนด์ชาไทยระดับพรีเมียมอย่าง Karun ครองราคา 200 บาท ผ่านการวางตําแหน่งแบรนด์ที่หรูหรา การแข่งขันของตลาดชาในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากผู้เล่นต่างชาติอย่าง KOI Thé เองก็ประสบความสําเร็จผ่านกลยุทธ์ด้านดิจิทัลและการปรับตัวให้เข้ากับประเทศไทย

การส่งออกชาของประเทศไทยแตะ 19.7 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 โดยอาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับการส่งออกชาของไทย ซึ่งคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด จุดหมายปลายทางหลัก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ตลาดระดับพรีเมียมอย่างสิงคโปร์ชื่นชอบชาอู่หลงของไทยและชาออร์แกนิก ในขณะที่ชานมไทยสําเร็จรูปถูกส่งออกในกลุ่มภูมิภาคที่กว้างขึ้น ความต้องการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงชองชาไทยที่มีคุณภาพในตลาด ASEAN
ข้อกําหนดการวิจัยด้านการส่งออก: การขยายตัวระหว่างประเทศต้องการการวิจัยผู้บริโภคเฉพาะประเทศ การวิเคราะห์กฎระเบียบ การประเมินภูมิทัศน์การแข่งขัน และการประเมินช่องทางการจัดจําหน่ายสําหรับกลยุทธ์เจาะตลาดที่ประสบความสําเร็จ
การเจาะตลาดชาออร์แกนิก: ความสําเร็จที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัย
ผู้ผลิตชาออร์แกนิกขนาดกลางใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ตลาดชาในประเทศไทย ของเราเพื่อให้บรรลุการเติบโตของยอดขายในประเทศที่ 40% และประสบความสําเร็จในการเข้าสู่ตลาดสิงคโปร์ภายในเวลา 12 เดือน แนวทางหลายวิธีของเราช่วยระบุความต้องการในเมือง โอกาสในการส่งออก และการวางตําแหน่งเชิงกลยุทธ์
บริการวิจัยเพื่อความสําเร็จของอุตสาหกรรมชา
การวิจัยเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์: การทดสอบรสชาติ การเพิ่มประสิทธิภาพของน้ําตาลที่ใช้ การตรวจสอบความถูกต้องของส่วนผสม และการทดสอบแนวคิดบรรจุภัณฑ์
การศึกษาการวางตําแหน่งแบรนด์: การทดสอบข้อความที่ใช้สื่อสาร การวิเคราะห์ความแตกต่างของการแข่งขัน และการปรับแต่งกลุ่มเป้าหมาย
การวางแผนการเข้าสู่ตลาด: การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การประเมินภาพรวมของกฎระเบียบ และการประเมินช่องทางการจัดจําหน่าย
การวิจัยกลยุทธ์ด้านดิจิทัล: การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม การประเมินความร่วมมือของอินฟลูเอนเซอร์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการค้า
ตลาดชาเขียวในประเทศไทยถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีสําหรับผู้ประกอบการที่พัฒนาแผนธุรกิจชานม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดชาซีลอนที่ประสบความสําเร็จและถูกปรับให้เข้ากับความชอบในท้องถิ่นได้ โดยจากการวิเคราะห์ตลาดชาในประเทศไทยถึงรูปแบบการบริโภคชา ได้เปิดเผยว่าในขณะที่ชาดําแบบดั้งเดิมครองกลุ่มชาไข่มุก ตัวแปรของชาเขียวเองก็กําลังได้รับความสนใจในหมู่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและกําลังมองหาทางเลือกที่เบากว่าชานมที่มีรสหวานมาก
นักวางแผนธุรกิจควรพิจารณาถึงธุรกิจชาไข่มุก ที่ทําจากชาเขียว ว่าได้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมที่ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อผลประโยชน์ด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสในการวางตําแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างจากธุรกิจชาไข่มุกทั่วไป การทําความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของตลาดผ่านการวิจัยผู้บริโภคเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการชาไข่มุกสามารถระบุช่องทางทํากําไรได้ภายในตลาดเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันสูงของประเทศไทย
การวิเคราะห์ตลาดชาในประเทศไทยได้ระบุวิถีการเติบโตที่สําคัญ ซึ่งหล่อหลอมอุตสาหกรรมชาของประเทศไทย:
วิวัฒนาการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ชาหลากหลายชนิด เช่น ชาขมิ้น ชามะรุม และชาอัญชัน แสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างของผู้บริโภคต่อส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจําเป็นต้องมีการยอมรับในเรื่องรสชาติ และการตรวจสอบความถูกต้องในการอ้างสิทธิ์ด้านสุขภาพ
กระแสการยกระดับสู่ชาพรีเมี่ยม: ร้านน้ำชาเฉพาะทางขยายตัว โดยยอดขายชาใบ (loose-leaf) เติบโตขึ้น 20% ตั้งแต่ปี 2019-2022 ซึ่งบ่งชี้ถึงการพัฒนาตลาดพรีเมียมที่ยั่งยืนที่ต้องมีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่หรูหรา
การบูรณาการด้านความยั่งยืน: บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากผู้บริโภค 25% ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อตัวเลือกที่ยั่งยืน อย่างเต็มใจที่จะจ่าย จากการรับรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
การเติบโตของการค้าดิจิทัล: แพลตฟอร์มออนไลน์และการรวมการจัดส่งต้องมีการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ การเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางในการซื้อ และการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม
ความสำเร็จในตลาดชาไทยต้องอาศัยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมใหม่ ๆ ความยั่งยืน และการวางตำแหน่งที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง การบูรณาการแบรนด์แบบไลฟ์สไตล์ กลยุทธ์การตลาดที่ให้ความสำคัญกับดิจิทัลเป็นอันดับแรก ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน

การผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมชาไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับความสะดวกสบายที่ทันสมัยและการวางตำแหน่งด้านสุขภาพ ก่อให้เกิดข้อเสนอที่โดดเด่นสำหรับโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พร้อมที่จะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมชาของประเทศไทยแล้วหรือยัง? ติดต่อ Iconic Research 🍵 เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกทางการตลาดที่ครอบคลุมและคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ปรับให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของคุณ
ตลาดชาในประเทศไทยมีขนาดเท่าใด?
ประเทศไทยมีตลาดชาที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ชาแบบดั้งเดิม ชาออร์แกนิกระดับพรีเมียม และชาไข่มุก โดยมีการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
คนรุ่นใดเป็นผู้ขับเคลื่อนการบริโภคชาในประเทศไทย?
Gen Z คิดเป็น 29% ของผู้ดื่มชาชาวไทยและเป็นผู้นำเทรนด์ด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมทางดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดชาไข่มุกในประเทศไทยและกลุ่มชาออร์แกนิกในประเทศไทย
แบรนด์ชาไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแบรนด์อะไร?
ชาตรามือเป็นผู้นำด้วยการมีส่วนร่วมของแบรนด์ 35.4% ตามมาด้วย Inthanin (21.8%) และ Karun (4.6%) โดย 53% ของผู้ดื่มชาเป็นผู้ชาย และ 38% มาจากครัวเรือนที่มีรายได้สูง
ตลาดชาเขียวในประเทศไทยมีผลการดำเนินงานอย่างไร?
ตลาดชาเขียวในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพยอมรับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ โดยผลิตภัณฑ์รสชาเขียวต่าง ๆ จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่ผู้บริโภคในเมืองที่มองหาประสบการณ์ระดับพรีเมียม
ชาไข่มุกได้รับความนิยมมากแค่ไหนในประเทศไทย?
94% ของคนไทยที่อายุ 20-29 ปี ซื้อชาไข่มุกในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้ชาไข่มุกเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่วัยรุ่น
อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของชาออร์แกนิกในประเทศไทย?
การเติบโตของชาออร์แกนิกในประเทศไทยได้รับแรงหนุนจาก Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่สะอาดและยั่งยืน โดย 62% ของผู้ดื่มชาพยายามที่จะรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประเทศไทยส่งออกชาไปที่ใดบ้าง?
อาเซียนคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกชาของไทย โดยมีผู้นำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งสร้างรายได้จากการส่งออกสูงถึง 19.7 ล้านดอลลาร์ในปี 2023
[1] ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร – ตลาดเครื่องดื่มชาในประเทศไทย
https://fic.nfi.or.th/market-intelligence-detail.php?smid=416
[2] Statista – Tea Drinkers in Thailand Consumer Study
https://www-statista-com.eu1.proxy.openathens.net/study/126472/tea-drinkers-in-thailand/
[3] Food & Wine – All About Thai Iced Tea
https://www.foodandwine.com
[4] Krungsri The Coach – สูตรการสร้างแบรนด์ให้ไวรัล ฉบับ ‘Karun Thai Tea’
https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/loan/business-inspire/brand-karun-thai-tea
[5] MGR Online – KOI Thé จับมือ Genshin Impact พร้อมเสิร์ฟแคมเปญพิเศษแล้ววันนี้ https://mgronline.com/game/detail/9670000025605
[6] The Nation – ChaTraMue Eyes Global Expansion
https://www.nationthailand.com
[7] ศูนย์วิจัยกสิกรไทย – ปี 2568 ราคาชาสูงขึ้น ส่งผลต่อการส่งออกชาของไทยอย่างไร? https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Tea-Info180-FB-21-02-25.aspx
[8] สภาองค์กรของผู้บริโภค – เทรนด์ “ชาไทยไม่ใส่สี” ทางเลือกใหม่ผู้บริโภค
https://www.tcc.or.th/pure-thai-tea/
[9] Dataxet Infoquest – ชาไทยไม่ใส่สี (ส้ม) เทรนด์ใหม่เปลี่ยนตลาด
https://www.dataxet.co/insights/social-media-thai-tea-natural-color
หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์ |
ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย! (+66)888954954 |
เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!
เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจบริการไทย ตั้งแต่โครงสร้างอุตสาหกรรม มุมมองทางกฎหมาย โอกาสใหม่ในตลาดไทย และอินไซต์จากการวิจัยตลาด
26 นาทีในการอ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในปี 2569 เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เปลี่ยนจากกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดุดันไปสู่การแข่งขันที่เน้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
21 นาทีในการอ่านe-commerce คืออะไร? เจาะลึกอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ประเภท รูปแบบธุรกิจ แนวโน้มตลาด และการวิเคราะห์เชิงวิจัยเพื่อวางแผนธุรกิจอย่างแม่นยำ
31 นาทีในการอ่าน