
สารบัญ
ตลาดส่งอาหารของประเทศไทยกำลังเฟื่องฟู โดยมี Grab Food Thailand, Line Man Thailand และ Robinhood เป็นผู้นำตลาด ณ ปี 2568 ภาคส่วนของแอปสั่งอาหาร ออนไลน์ มีสัดส่วนที่สำคัญในการบริโภคอาหารสำหรับลูกค้าในเขตเมือง ซึ่งได้รับแรงหนุนมาจากจากความสะดวกสบายในการสั่ง การใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
วันนี้ เราจะมาเจาะลึกหนึ่งในหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย: การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ app สั่งอาหารในประเทศไทย ทุกวันนี้ คุณอาจสังเกตเห็นถนนที่เต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์พร้อมกล่องส่งอาหารหลากสีสัน ตลาดส่งอาหารในประเทศไทยได้เปลี่ยนจากความสะดวกสบายไปสู่บริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงอาหารของผู้บริโภคทั่วประเทศโดยสิ้นเชิง
เมืองไทยเราได้เปิดรับการปฏิวัติของแอปสั่งอาหารออนไลน์อย่างเต็มที่ โดยตลาดส่งอาหารของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเขตเมืองและชานเมือง
มาดูผู้เล่นหลักที่ครองภูมิทัศน์ตลาดส่งอาหารในประเทศไทยกัน:
GrabFood Thailand
เดิมเป็นบริการเรียกรถ แต่ปัจจุบัน Grab Food Thailand ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดส่งอาหาร ด้วยเครือข่ายคนขับที่กว้างขวางและแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายทำให้พวกเขาเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนไทยจำนวนมากที่มองหาบริการส่งอาหารที่เชื่อถือได้
LINE MAN Thailand
ด้วยความนิยมของแอปพลิเคชันส่งข้อความอย่าง LINE ทำให้ LINE MAN Thailand ที่ให้บริการส่งอาหาร ส่งของชำ และส่งพัสดุนั้น ประสบความสำเร็จในการเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันส่งอาหารชั้นนำของไทย
Robinhood Thailand
Robinhood food delivery Thailand เคยได้สร้างกระแสด้วยรูปแบบค่าคอมมิชชั่นเป็นศูนย์สําหรับร้านอาหารและการจ่ายเงินที่ยุติธรรมสําหรับผู้ขับขี่ แนวทางนี้ทําให้โรบินฮู้ดมาแรงในตลาดการจัดส่งอาหารอยู่ช่วงหนึ่ง
Foodpanda Thailand
ด้วยแบรนด์สีชมพูที่โดดเด่น Foodpanda Thailand ได้สร้างส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญและประสบความสำเร็จเป็นพิเศษในการขยายตัวนอกจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองอื่น ๆ ของไทย อย่างไรก็ตาม ความนิยมของพวกเขาได้ลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง การขาดทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การปิดบริการ Foodpanda Thailand โดยสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568
จากผลสำรวจของ Rakuten Insight ในปี 2566 และการวิเคราะห์ตลาด ส่วนแบ่งตลาดส่งอาหารในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวอย่างแข่งขันในหมู่แพลตฟอร์มหลัก:
ม้ามืดที่กำลังมาแรง
ตลาดนี้ยังคงมีพลวัต โดยความชอบของผู้ใช้และส่วนแบ่งตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อแพลตฟอร์มมีการพัฒนาและขยายตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกจากตลาดส่งอาหารของ Foodpanda ภาพรวมการแข่งขันของแบรนด์ที่เหลือก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง
app สั่งอาหารในประเทศไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีสถิติการส่งอาหารอยู่ที่:
การเติบโตของการส่งอาหารในประเทศไทยที่น่าทึ่งนี้แสดงถึงหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมบริการอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การทำความเข้าใจเศรษฐศาสตร์เบื้องหลังแอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนของแพลตฟอร์มและการเป็นพันธมิตรกับร้านอาหาร
แพลตฟอร์ม | ค่าคอมมิชชั่น (สําหรับร้านอาหาร) | ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง (ถึงผู้บริโภค) | การหักจากโปรโมชั่น | โครงสร้างการชําระเงินให้ไรเดอร์ |
GrabFood | 15%–30% | แปรผัน (เฉลี่ย ~20 บาท) | จากค่าคอมมิชชั่น | ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + incentive จาก แพลตฟอร์ม |
LINE MAN | 25%–30% | แปรผัน | จากค่าคอมมิชชั่น | ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + อาจจะมี incentive |
Foodpanda | 30%–35% | แปรผัน | จากค่าคอมมิชชั่น | ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + อาจจะมี incentive |
Robinhood | 0% | มีการแข่งขันสูง และแปรผัน | ไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขาย | ค่าจัดส่งเท่านั้น |
การเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุน: แอปพลิเคชันส่งอาหารหลักในประเทศไทย
การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้บริการส่งอาหารในประเทศไทยในแต่ละรุ่นเผยให้เห็นรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนี้:
รุ่น | แอปยอดนิยม | ส่วนแบ่งการใช้งาน (%) | ความถี่ในการใช้งานต่อสัปดาห์ | พฤติกรรมการใช้งาน |
Gen X | GrabFood, LINE MAN | 27% (น้อยที่สุด) | ต่ำกว่า Gen Y/Z | ชอบความสะดวกสบาย สั่งซื้อน้อย มักจะเปรียบเทียบราคา/โปรโมชั่น ความน่าเชื่อถือของมูลค่า |
Gen Y (Millennial) | GrabFood, LINE MAN | 40–58% (มากที่สุด) | ปานกลางถึงสูง | กลุ่มผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด ใช้หลายแอป เปรียบเทียบข้อเสนอ ให้ความสําคัญกับความหลากหลายและโปรโมชั่น |
Gen Z | GrabFood, LINE MAN | 30% | สูงสุด (หลายครั้งต่อสัปดาห์) | ฐานผู้ใช้ที่เล็กกว่าแต่ความถี่ในการสั่งซื้อสูงสุด ให้ความสําคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์ของแอป |
พฤติกรรมผู้บริโภคตามกลุ่มอายุ
การวิเคราะห์ตามรุ่นโดยละเอียด:
Gen X (เกิด 2508–2523)
Gen Y (Millennials, เกิด 2524–2539)
Gen Z (เกิด 2540–2555)
สถิติการส่งอาหารของไทยเหล่านี้สนับสนุนข้อมูลเชิงลึกในการแบ่งส่วนพฤติกรรมที่สำคัญสำหรับการวิจัยตลาดและกลยุทธ์การพัฒนาแพลตฟอร์ม
การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ app สั่งอาหารในประเทศไทย เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ ได้แก่:
นอกจากนี้ เทรนด์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ยังส่งผลให้เกิด Lazy Economy หรือเศรษฐกิจของคนขี้เกียจ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความขี้เกียจในแง่ลบ แต่เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลาและแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านบริการที่สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหา วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่ขี้เกียจมากที่สุด 10 กิจกรรม เช่น การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน การช็อปปิ้งออนไลน์ และบริการส่งถึงบ้าน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ SME ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์เหล่านี้
เช่นเดียวกับภาคส่วนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยก็ต้องเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสมากมายดังนี้
ความท้าทาย:
โอกาส:
การพัฒนาเทรนด์การส่งอาหารในประเทศไทยหลายปัจจัยจะช่วยกำหนดอนาคตของตลาดดังนี้:
ตลาดแอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยเป็นมากกว่าแค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในวิธีที่ผู้คนบริโภคอาหารและใช้เทคโนโลยี สำหรับธุรกิจแล้ว สิ่งนี้นำเสนอโอกาสมากมาย ตั้งแต่สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีไปจนถึงเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการขยายการเข้าถึง
ความสำเร็จในธุรกิจจัดส่งอาหารของประเทศไทยต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะทำการวิจัยตลาด เปิดตัวสตาร์ทอัพ หรือดำเนินกิจการร้านอาหาร การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภาคส่วนที่มีพลวัตนี้เป็นทั้งการให้ความรู้และสร้างผลกำไร
การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ตลาดการจัดส่งอาหารได้นำมาสู่ประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศที่ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวัน เมื่อตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เข้าใจความชอบในท้องถิ่น และรู้จักใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมระดับโลก ก็คือคนที่จะประสบความสำเร็จมากที่สุด
พฤติกรรมขี้เกียจของผู้บริโภคที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ก็ยังส่งผลให้ธุรกิจ Delivery และบริการที่หลากหลายส่งตรงถึงบ้านเติบโตอย่างรวดเร็ว และเทรนด์ Lazy Economy นี้ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคอยู่เสมอ ส่งผลให้การใช้เงินแก้ปัญหาเพื่อลดภาระและประหยัดเวลาเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่และขยายตัวอย่างไม่สิ้นสุด โดยตลาดส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน เพราะผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Y และ Gen Z มีวิถีชีวิตเร่งรีบ และตอบสนองต่อบริการจัดส่งอาหารที่รวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งานและครอบคลุมหลากหลายเมนู ทั้งยังรวมถึงการบูรณาการบริการเสริมอื่น ๆ เช่น การส่งของชำภายในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถลดภาระและเวลาที่ต้องใช้ในการจัดการเรื่องอาหารและของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยและการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การวิจัยตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีข้อมูลครบถ้วนในภาพรวมการแข่งขันนี้
App สั่งอาหารที่ดีที่สุด หรือได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยคืออะไร?
GrabFood เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาด 35% ตามมาด้วย LINE MAN ที่ 33% Robinhood ครอง 13% ด้วยโมเดลที่ไม่คิดค่าคอมมิชชัน
ตลาดธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยมีขนาดเท่าใด?
ตลาดนี้มีมูลค่าถึง 68 พันล้านบาทในปี 2563 และคาดว่าจะเกิน 100 พันล้านบาทภายในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 35 พันล้านบาทในปี 2562
คนรุ่นใดใช้ app สั่งอาหาร มากที่สุดในประเทศไทย?
Millennials คิดเป็น 40-58% ของผู้ใช้ (กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด) ในขณะที่ Gen Z มีความถี่ในการสั่งซื้อสูงสุดแม้จะคิดเป็น 30% ของผู้ใช้ก็ตาม
แอปสั่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยคิดค่าคอมมิชชันเท่าใด?
แพลตฟอร์มส่วนใหญ่คิดค่าคอมมิชชันจากร้านอาหาร 15-35% GrabFood คิด 15-30% LINE MAN 25-30% ในขณะที่ Robinhood คิด 0%
COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยอย่างไร?
การระบาดใหญ่ทำให้ตลาดเติบโตเกือบสองเท่าจาก 35 พันล้านบาท (2562) เป็น 68 พันล้านบาท (2563) โดยเปลี่ยนการจัดส่งจากความสะดวกสบายไปสู่ความจำเป็น
อนาคตของธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
คาดว่าจะมีการควบรวมกิจการในตลาด การคาดการณ์คำสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI การขยายตัวของครัวกลาง และโมเดลการสมัครสมาชิกเพื่อเพิ่มความภักดีของลูกค้า
หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์ |
ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย! (+66)888954954 |
เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!
เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจบริการไทย ตั้งแต่โครงสร้างอุตสาหกรรม มุมมองทางกฎหมาย โอกาสใหม่ในตลาดไทย และอินไซต์จากการวิจัยตลาด
26 นาทีในการอ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในปี 2569 เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เปลี่ยนจากกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดุดันไปสู่การแข่งขันที่เน้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
21 นาทีในการอ่านe-commerce คืออะไร? เจาะลึกอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ประเภท รูปแบบธุรกิจ แนวโน้มตลาด และการวิเคราะห์เชิงวิจัยเพื่อวางแผนธุรกิจอย่างแม่นยำ
31 นาทีในการอ่าน