การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในประเทศไทย

​​การขยายตัวของ app สั่งอาหารในประเทศไทย: บทวิเคราะห์ตลาด

สารบัญ

ตลาดส่งอาหารของประเทศไทยกำลังเฟื่องฟู โดยมี Grab Food Thailand, Line Man Thailand และ Robinhood เป็นผู้นำตลาด ณ ปี 2568 ภาคส่วนของแอปสั่งอาหาร ออนไลน์ มีสัดส่วนที่สำคัญในการบริโภคอาหารสำหรับลูกค้าในเขตเมือง ซึ่งได้รับแรงหนุนมาจากจากความสะดวกสบายในการสั่ง การใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

วันนี้ เราจะมาเจาะลึกหนึ่งในหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย: การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ app สั่งอาหารในประเทศไทย ทุกวันนี้ คุณอาจสังเกตเห็นถนนที่เต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์พร้อมกล่องส่งอาหารหลากสีสัน ตลาดส่งอาหารในประเทศไทยได้เปลี่ยนจากความสะดวกสบายไปสู่บริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงอาหารของผู้บริโภคทั่วประเทศโดยสิ้นเชิง

COVID-19 เร่งการเติบโตของบริการส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยได้อย่างไร?

เมืองไทยเราได้เปิดรับการปฏิวัติของแอปสั่งอาหารออนไลน์อย่างเต็มที่ โดยตลาดส่งอาหารของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเขตเมืองและชานเมือง

อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนเทรนด์นี้?

  • การขยายตัวของเมือง: ด้วยจำนวนคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น วิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับตลาดแอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยให้เติบโต
  • ความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล: ประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้ใช้งานก็ยังพร้อมเปิดใจรับแอปสั่งอาหารออนไลน์ที่หลากหลาย
  • ปัญหารถติด: ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรุงเทพฯมีสภาพการจราจรที่ติดขัดมาก บริการส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยจึงเป็นทางออกที่สะดวกสบายในการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด
  • วัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนไป: ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและการเพิ่มขึ้นของการทำงานทางไกลทำให้การส่งอาหารในประเทศไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
  • ผลกระทบจาก COVID-19: การระบาดครั้งใหญ่ได้ทำให้การใช้งานบริการส่งอาหารเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหลาย ๆ คน ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตของการส่งอาหารในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ

แอปพลิเคชันส่งอาหารใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย?

มาดูผู้เล่นหลักที่ครองภูมิทัศน์ตลาดส่งอาหารในประเทศไทยกัน:

GrabFood Thailand

เดิมเป็นบริการเรียกรถ แต่ปัจจุบัน Grab Food Thailand ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดส่งอาหาร ด้วยเครือข่ายคนขับที่กว้างขวางและแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายทำให้พวกเขาเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนไทยจำนวนมากที่มองหาบริการส่งอาหารที่เชื่อถือได้

LINE MAN Thailand

ด้วยความนิยมของแอปพลิเคชันส่งข้อความอย่าง LINE ทำให้ LINE MAN Thailand ที่ให้บริการส่งอาหาร ส่งของชำ และส่งพัสดุนั้น ประสบความสำเร็จในการเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันส่งอาหารชั้นนำของไทย

Robinhood Thailand

Robinhood food delivery Thailand เคยได้สร้างกระแสด้วยรูปแบบค่าคอมมิชชั่นเป็นศูนย์สําหรับร้านอาหารและการจ่ายเงินที่ยุติธรรมสําหรับผู้ขับขี่ แนวทางนี้ทําให้โรบินฮู้ดมาแรงในตลาดการจัดส่งอาหารอยู่ช่วงหนึ่ง

Foodpanda Thailand

ด้วยแบรนด์สีชมพูที่โดดเด่น Foodpanda Thailand ได้สร้างส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญและประสบความสำเร็จเป็นพิเศษในการขยายตัวนอกจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองอื่น ๆ ของไทย อย่างไรก็ตาม ความนิยมของพวกเขาได้ลดลงเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง การขาดทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การปิดบริการ Foodpanda Thailand โดยสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568

ส่วนแบ่งการตลาดของแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหารของประเทศไทย(2023-2024)
ส่วนแบ่งการตลาดของแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหารของประเทศไทย (2023-2024)

ใครคือผู้เล่นหลักในตลาดส่งอาหารของประเทศไทย?

จากผลสำรวจของ Rakuten Insight ในปี 2566 และการวิเคราะห์ตลาด ส่วนแบ่งตลาดส่งอาหารในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวอย่างแข่งขันในหมู่แพลตฟอร์มหลัก:

  • GrabFood Thailand เป็นผู้นำที่ 35% ของส่วนแบ่งตลาด
  • LINE MAN Thailand ตามมาอย่างใกล้ชิดที่ 33%
  • Foodpanda ครอง 19% ก่อนที่จะออกจากตลาดในปี 2568
  • Robinhood ถือครอง 13% 

ม้ามืดที่กำลังมาแรง

  •  ShopeeFood: เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตามองด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยฐานลูกค้าที่ครอบคลุมทั่ว 77 จังหวัดของไทย ระบบ Ecosystem ของ Shopee อย่าง ShopeePay และบริการผ่อนชำระ SPayLater ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการสั่งอาหาร ทำให้ผู้บริโภคสามารถผ่อนชำระค่าอาหารได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ ShopeeFood ยังมีโปรโมชันมากมายที่เชื่อมโยงกับแอป Shopee ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่คุ้นเคยและสะดวกสบายในการใช้งาน จึงมีโอกาสสูงที่ ShopeeFood จะกลายเป็นม้ามืดในตลาด Food Delivery ไทยในอนาคต

ตลาดนี้ยังคงมีพลวัต โดยความชอบของผู้ใช้และส่วนแบ่งตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อแพลตฟอร์มมีการพัฒนาและขยายตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกจากตลาดส่งอาหารของ Foodpanda ภาพรวมการแข่งขันของแบรนด์ที่เหลือก็อาจมีการเปลี่ยนแปลง 

ตลาดส่งอาหารในประเทศไทยมีขนาดเท่าใด?

app สั่งอาหารในประเทศไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีสถิติการส่งอาหารอยู่ที่:

  • ปี 2562: ขนาดตลาดสูงถึงประมาณ 35 พันล้านบาท
  • ปี 2563: ตัวเลขพุ่งขึ้นเป็นกว่า 68 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากการระบาดใหญ่
  • การคาดการณ์ปี 2568 จาก Statista และ Rakuten Insight ชี้ให้เห็นว่า: ตลาดอาจเกิน 100 พันล้านบาท

การเติบโตของการส่งอาหารในประเทศไทยที่น่าทึ่งนี้แสดงถึงหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมบริการอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยคิดค่าธรรมเนียมเท่าใด

การทำความเข้าใจเศรษฐศาสตร์เบื้องหลังแอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนของแพลตฟอร์มและการเป็นพันธมิตรกับร้านอาหาร

แพลตฟอร์ม

ค่าคอมมิชชั่น

(สําหรับร้านอาหาร)

ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง (ถึงผู้บริโภค)

การหักจากโปรโมชั่น

โครงสร้างการชําระเงินให้ไรเดอร์

GrabFood

15%–30%

แปรผัน (เฉลี่ย ~20 บาท)

จากค่าคอมมิชชั่น

ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + incentive จาก แพลตฟอร์ม

LINE MAN

25%–30%

แปรผัน

จากค่าคอมมิชชั่น

ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + อาจจะมี incentive

Foodpanda

30%–35%

แปรผัน

จากค่าคอมมิชชั่น

ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง + อาจจะมี incentive

Robinhood

0%

มีการแข่งขันสูง และแปรผัน

ไม่มีค่าคอมมิชชั่นจากผู้ขาย

ค่าจัดส่งเท่านั้น

การเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุน: แอปพลิเคชันส่งอาหารหลักในประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ

  • แพลตฟอร์มหลัก (GrabFood, LINE MAN, Foodpanda) คิดอัตราค่าคอมมิชชันสูง (สูงสุด 35%) ซึ่งกลายเป็นประเด็นโต้แย้งสำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก
  • โมเดลที่ไม่คิดค่าคอมมิชชันของ Robinhood นั้นไม่เหมือนใครในบรรดาแอปพลิเคชันหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก
  • ค่าธรรมเนียมการจัดส่งโดยทั่วไปจะจ่ายโดยผู้บริโภคและแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม ระยะทาง และความต้องการ
  • เศรษฐศาสตร์เหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบนิเวศการส่งอาหารในประเทศไทย

คนรุ่นใดใช้แอปพลิเคชันส่งอาหารมากที่สุดในประเทศไทย?

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้บริการส่งอาหารในประเทศไทยในแต่ละรุ่นเผยให้เห็นรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนี้:

รุ่น

แอปยอดนิยม

ส่วนแบ่งการใช้งาน (%)

ความถี่ในการใช้งานต่อสัปดาห์

พฤติกรรมการใช้งาน

Gen X

GrabFood, LINE MAN

27% (น้อยที่สุด)

ต่ำกว่า Gen Y/Z

ชอบความสะดวกสบาย สั่งซื้อน้อย มักจะเปรียบเทียบราคา/โปรโมชั่น ความน่าเชื่อถือของมูลค่า

Gen Y (Millennial)

GrabFood, LINE MAN

40–58% (มากที่สุด)

ปานกลางถึงสูง

กลุ่มผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด ใช้หลายแอป เปรียบเทียบข้อเสนอ ให้ความสําคัญกับความหลากหลายและโปรโมชั่น

Gen Z

GrabFood, LINE MAN

30%

สูงสุด (หลายครั้งต่อสัปดาห์)

ฐานผู้ใช้ที่เล็กกว่าแต่ความถี่ในการสั่งซื้อสูงสุด ให้ความสําคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์ของแอป

พฤติกรรมผู้บริโภคตามกลุ่มอายุ

การวิเคราะห์ตามรุ่นโดยละเอียด:

Gen X (เกิด 2508–2523)

  • เป็นสัดส่วนที่เล็กที่สุดของผู้ใช้แอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทย (27%)
  • สั่งอาหารไม่บ่อยเท่าคนรุ่นที่อายุน้อยกว่า
  • ชอบแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้เช่น Grab Food Thailand และ LINE MAN Thailand
  • มีแนวโน้มที่จะเปรียบเทียบราคาและมองหาโปรโมชั่นก่อนสั่งอาหาร

Gen Y (Millennials, เกิด 2524–2539)

  • เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด โดยคิดเป็น 40–58% ของผู้ใช้ในตลาดส่งอาหารของประเทศไทย
  • ใช้บริการส่งอาหารในระดับปานกลางถึงบ่อย (หลายครั้งต่อสัปดาห์)
  • มักจะใช้หลายแอปพลิเคชันเพื่อเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น
  • ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความสะดวกสบาย และข้อเสนอพิเศษ

Gen Z (เกิด 2540–2555)

  • คิดเป็นประมาณ 30% ของผู้ใช้ แต่มีความถี่ในการสั่งซื้อสูงสุด
  • หลายคนเป็นนักเรียนหรือคนทำงานรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนเทรนด์การส่งอาหารในประเทศไทย
  • สั่งอาหารหลายครั้งต่อสัปดาห์ โดยมีการใช้งานรายวันที่น่าสังเกต
  • ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย การใช้งานแอปพลิเคชัน และการจัดส่งที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
  • เป็นกลุ่มการเติบโตที่สำคัญสำหรับแพลตฟอร์ม

สถิติการส่งอาหารของไทยเหล่านี้สนับสนุนข้อมูลเชิงลึกในการแบ่งส่วนพฤติกรรมที่สำคัญสำหรับการวิจัยตลาดและกลยุทธ์การพัฒนาแพลตฟอร์ม

พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนไปสู่การส่งอาหารอย่างไร?

การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ app สั่งอาหารในประเทศไทย เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ ได้แก่:

  • ความสะดวกสบายคือหัวใจสำคัญ: ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความง่ายของ app สั่งอาหารที่ดี ที่สุด ในประเทศไทย โดยมักจะให้ความสำคัญเหนือต้นทุน
  • ทางเลือกอาหารที่หลากหลาย: ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านอาหารระดับไฮเอนด์ คนไทยชื่นชอบตัวเลือกที่หลากหลายที่มีอยู่ในแอปพลิเคชันเหล่านี้
  • โปรโมชั่นและส่วนลด: ผู้บริโภคชาวไทยฉลาดในการใช้ข้อเสนอและมักจะตัดสินใจโดยอิงจากข้อเสนอโปรโมชั่น
  • ความเร็วในการจัดส่ง: ในสภาพแวดล้อมของเมืองที่เร่งรีบ เวลาในการจัดส่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกแอปพลิเคชัน
  • ประสบการณ์ผู้ใช้: อินเทอร์เฟซของแอปพลิเคชันที่ราบรื่นและใช้งานง่ายสามารถสร้างหรือทำลายความนิยมของบริการได้
  • รสชาติท้องถิ่น: แม้ว่าร้านอาหารนานาชาติจะได้รับความนิยม แต่คนไทยก็ยังมีความชอบอาหารไทยแท้และอาหารท้องถิ่นอยู่

นอกจากนี้ เทรนด์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ยังส่งผลให้เกิด Lazy Economy หรือเศรษฐกิจของคนขี้เกียจ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความขี้เกียจในแง่ลบ แต่เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลาและแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านบริการที่สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหา วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่ขี้เกียจมากที่สุด 10 กิจกรรม เช่น การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน การช็อปปิ้งออนไลน์ และบริการส่งถึงบ้าน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ SME ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์เหล่านี้

อะไรคือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัทส่งอาหารในประเทศไทย?

เช่นเดียวกับภาคส่วนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยก็ต้องเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสมากมายดังนี้

ความท้าทาย:

  • การแข่งขันที่รุนแรง: ด้วยคู่แข่งส่งอาหารในประเทศไทยหลายรายที่แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด การโดดเด่นจึงเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ
  • อัตรากำไรที่ต่ำ: การแข่งขันเพื่อเสนอข้อเสนอที่ดีที่สุดและค่าธรรมเนียมการจัดส่งที่ต่ำที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
  • อุปสรรคด้านกฎระเบียบ: เมื่อตลาดเติบโตขึ้น การตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นและกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น
  • การเป็นพันธมิตรกับร้านอาหาร: การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของร้านอาหารพันธมิตรกับความสามารถในการทำกำไรของแพลตฟอร์มยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
  • สวัสดิการของไรเดอร์: การรับรองการปฏิบัติที่เป็นธรรมและความปลอดภัยสำหรับไรเดอร์จัดส่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความยั่งยืนในระยะยาว

โอกาส:

  • การขยายตลาด: ยังมีโอกาสในการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในเมืองขนาดเล็กและพื้นที่ชนบท
  • การบูรณาการเทคโนโลยี: AI และการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์ สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้ใช้ได้
  • การกระจายความหลากหลาย: การขยายไปสู่การส่งของชำหรือบริการอื่น ๆ ช่วยเปิดช่องทางรายได้ใหม่ให้กับไรเดอร์
  • ความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืน: ด้วยความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น บรรจุภัณฑ์และวิธีการจัดส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมช่วยให้แพลตฟอร์มเกิดความแตกต่าง
  • ครัวกลาง (Cloud Kitchens): การเพิ่มขึ้นของร้านอาหารที่เน้นการจัดส่งเท่านั้นนำมาซึ่งโอกาสในการเป็นพันธมิตรใหม่ ๆ

อนาคตของธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

การพัฒนาเทรนด์การส่งอาหารในประเทศไทยหลายปัจจัยจะช่วยกำหนดอนาคตของตลาดดังนี้:

  • การควบรวมกิจการ: คาดว่าจะมีการควบรวมและซื้อกิจการเมื่อบริษัทต่าง ๆ มุ่งมั่นที่จะครองตลาดธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทย
  • การเน้นไปที่ท้องถิ่น: เน้นไปที่อาหารท้องถิ่นและข้อเสนอเฉพาะละแวกใกล้เคียงมากขึ้น
  • นวัตกรรมเทคโนโลยี: ตั้งแต่การจัดส่งด้วยโดรนไปจนถึงการเรียกดูเมนูด้วย AR เทคโนโลยีจะยังคงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในการจัดส่งอาหาร
  • การมุ่งเน้นด้านสุขภาพและสุขภาวะ: เมื่อความตระหนักด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น แอปพลิเคชันอาจให้ความสำคัญกับตัวเลือกการกินเพื่อสุขภาพและข้อมูลทางโภชนาการ
  • โมเดลการสมัครสมาชิก: การเพิ่มขึ้นของโมเดลการสมัครสมาชิกสำหรับการจัดส่งอาหารที่ให้ประโยชน์เช่นการจัดส่งฟรีหรือส่วนลดพิเศษ ซึ่งอาจรวมเข้ากับการคาดการณ์คำสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มความภักดีของลูกค้า

บทสรุป: อนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาส

ตลาดแอปพลิเคชันส่งอาหารในประเทศไทยเป็นมากกว่าแค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในวิธีที่ผู้คนบริโภคอาหารและใช้เทคโนโลยี สำหรับธุรกิจแล้ว สิ่งนี้นำเสนอโอกาสมากมาย ตั้งแต่สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีไปจนถึงเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการขยายการเข้าถึง

ความสำเร็จในธุรกิจจัดส่งอาหารของประเทศไทยต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะทำการวิจัยตลาด เปิดตัวสตาร์ทอัพ หรือดำเนินกิจการร้านอาหาร การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภาคส่วนที่มีพลวัตนี้เป็นทั้งการให้ความรู้และสร้างผลกำไร

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ตลาดการจัดส่งอาหารได้นำมาสู่ประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศที่ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวัน เมื่อตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เข้าใจความชอบในท้องถิ่น และรู้จักใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมระดับโลก ก็คือคนที่จะประสบความสำเร็จมากที่สุด

พฤติกรรมขี้เกียจของผู้บริโภคที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ก็ยังส่งผลให้ธุรกิจ Delivery และบริการที่หลากหลายส่งตรงถึงบ้านเติบโตอย่างรวดเร็ว และเทรนด์ Lazy Economy นี้ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคอยู่เสมอ ส่งผลให้การใช้เงินแก้ปัญหาเพื่อลดภาระและประหยัดเวลาเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่และขยายตัวอย่างไม่สิ้นสุด โดยตลาดส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน เพราะผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Y และ Gen Z มีวิถีชีวิตเร่งรีบ และตอบสนองต่อบริการจัดส่งอาหารที่รวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งานและครอบคลุมหลากหลายเมนู ทั้งยังรวมถึงการบูรณาการบริการเสริมอื่น ๆ เช่น การส่งของชำภายในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถลดภาระและเวลาที่ต้องใช้ในการจัดการเรื่องอาหารและของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยและการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การวิจัยตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีข้อมูลครบถ้วนในภาพรวมการแข่งขันนี้

คำถามที่พบบ่อย

App สั่งอาหารที่ดีที่สุด หรือได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยคืออะไร?

GrabFood เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาด 35% ตามมาด้วย LINE MAN ที่ 33% Robinhood ครอง 13% ด้วยโมเดลที่ไม่คิดค่าคอมมิชชัน

ตลาดธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยมีขนาดเท่าใด?

ตลาดนี้มีมูลค่าถึง 68 พันล้านบาทในปี 2563 และคาดว่าจะเกิน 100 พันล้านบาทภายในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 35 พันล้านบาทในปี 2562

คนรุ่นใดใช้ app สั่งอาหาร มากที่สุดในประเทศไทย?

Millennials คิดเป็น 40-58% ของผู้ใช้ (กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด) ในขณะที่ Gen Z มีความถี่ในการสั่งซื้อสูงสุดแม้จะคิดเป็น 30% ของผู้ใช้ก็ตาม

แอปสั่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทยคิดค่าคอมมิชชันเท่าใด?

แพลตฟอร์มส่วนใหญ่คิดค่าคอมมิชชันจากร้านอาหาร 15-35% GrabFood คิด 15-30% LINE MAN 25-30% ในขณะที่ Robinhood คิด 0%

COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยอย่างไร?

การระบาดใหญ่ทำให้ตลาดเติบโตเกือบสองเท่าจาก 35 พันล้านบาท (2562) เป็น 68 พันล้านบาท (2563) โดยเปลี่ยนการจัดส่งจากความสะดวกสบายไปสู่ความจำเป็น

อนาคตของธุรกิจจัดส่งอาหารในประเทศไทยเป็นอย่างไร?

คาดว่าจะมีการควบรวมกิจการในตลาด การคาดการณ์คำสั่งซื้อที่ขับเคลื่อนด้วย AI การขยายตัวของครัวกลาง และโมเดลการสมัครสมาชิกเพื่อเพิ่มความภักดีของลูกค้า

แหล่งที่มา

  1. Rakuten Insight. “New survey: Food Delivery Apps in Thailand.” https://insight.rakuten.com/food-delivery-apps-in-thailand/
  2. Heaven is Hua Hin. “New Thai Delivery Apps Offer Low-Fee Alternative to Big Tech.” https://huahin.locality.guide/2025/05/22/new-thai-delivery-apps-offer-low-fee-alternative-to-big-tech/
  3. Grab. “#AskGrab: Where does the merchant commission go?” https://www.grab.com/th/en/blog/askgrab-merchant-commission/
  4. UTCC AEC Strategy Center. ศูนย์ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  “Thailand Panel Mulls Online Food Delivery Fee Revamp.” https://aec.utcc.ac.th/thailand-panel-mulls-online-food-delivery-fee-revamp/
  5. Bangkok Post. “Panel mulls online food delivery fee revamp.” https://www.bangkokpost.com/business/general/2127895/panel-mulls-online-food-delivery-fee-revamp
  6. ไอที ธุรกิจ “คนไทยใช้ Food Delivery น้อยลง ไม่สู้ราคาแพง.” https://today.line.me/th/v3/article/BERG5Lj
  7. Ubon Ratchathani Rajabhat University. “Factors on Marketing Mix from the Point of View of Consumers.” https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ubruij/article/download/258476/175060
  8. Start.IO. “Food Deliveries App Users in Thailand.” https://www.start.io/audience/food-deliveries-app-users-in-thailand
  9. Statista. “Most popular food delivery apps in Thailand as of April 2023.” https://www.statista.com/statistics/1279851/thailand-most-used-food-delivery-apps/
  10. Editorialage. “20 Best Food Delivery Apps in Thailand.” https://editorialge.com/best-food-delivery-apps-in-thailand/
  11. Timeout. “Here are all the promotions from food delivery platforms this month.” https://www.timeout.com/bangkok/shopping/delivery-app-promos-this-month
  12. ธนาคารไทยเครดิต “Lazy Economy เปลี่ยนเอาความขี้เกียจ มาสร้างธุรกิจทำเงิน” https://sme.thaicreditbank.com/th/knowledge/lazy-economy
  13. Marketeer “Lazy Economy 4 พฤติกรรมขี้เกียจ ที่แปรเป็นโอกาสทางการตลาด” https://marketeeronline.co/archives/386404
  14. ลงทุนแมน “โลกของ Duopoly ในตลาด Food Delivery ไทย ใครคือม้ามืดที่ถูกมองข้าม ?” https://www.longtunman.com/59026

หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์

ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย


เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย


ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย!


info@iconicthai.com

‪(+66)888954954

ติดต่อเรา

เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!

โพสต์ที่คล้ายกัน

ภาพรวมธุรกิจบริการไทย: โอกาส การแข่งขัน และอินไซต์จากการวิจัยตลาด

เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจบริการไทย ตั้งแต่โครงสร้างอุตสาหกรรม มุมมองทางกฎหมาย โอกาสใหม่ในตลาดไทย และอินไซต์จากการวิจัยตลาด

26 นาทีในการอ่าน
แนวโน้มรถ EV ไทยปี 2569: การพลิกผันจาก “สงครามราคา” สู่ “สงครามความเชื่อมั่น”

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในปี 2569 เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เปลี่ยนจากกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดุดันไปสู่การแข่งขันที่เน้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

21 นาทีในการอ่าน
วิเคราะห์ e-commerce ในไทย: โอกาส ความท้าทาย และแนวโน้มสำหรับธุรกิจ

e-commerce คืออะไร? เจาะลึกอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ประเภท รูปแบบธุรกิจ แนวโน้มตลาด และการวิเคราะห์เชิงวิจัยเพื่อวางแผนธุรกิจอย่างแม่นยำ

31 นาทีในการอ่าน
ดูทั้งหมด