
กรณีศึกษาการพัฒนาฟีเจอร์ B-MPV สำหรับตลาดอาเซียน วิเคราะห์ผู้ใช้จริงและดีลเลอร์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นและยกระดับประสบการณ์ผู้ขับขี่
ยอดขายรถมินิแวนเซกเมนต์ B (B-MPV) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มลดลง ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จึงต้องการพัฒนาฟีเจอร์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและบริบทท้องถิ่นเพื่อพลิกฟื้นยอดขาย เดิมบริษัทดำเนินธุรกิจหลักในตลาดบ้านเกิดและเผชิญการแข่งขันค่อนข้างจำกัด จึงต้องการทำความเข้าใจโปรไฟล์และความต้องการของผู้ใช้รถของตนเองเมื่อเทียบกับลูกค้าของคู่แข่ง
ประเด็นการวิจัยมุ่งไปที่การออกแบบและพัฒนาฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์สภาพการใช้งานจริงในพื้นที่ เช่น ระบบตรวจจับรถจักรยานยนต์แบบเรียลไทม์สำหรับถนนที่มีมอเตอร์ไซค์หนาแน่น ระบบตรวจจับน้ำท่วมสำหรับภูมิอากาศเขตร้อน และระบบนำทาง Qibla GPS เฉพาะสำหรับผู้ขับขี่ชาวมุสลิม
นอกเหนือจากการทำความเข้าใจตลาดผ่านมุมมองของดีลเลอร์แล้ว ลูกค้ายังต้องการยืนยันสมมติฐานเหล่านี้กับผู้ใช้จริงในฟิลิปปินส์และเวียดนาม เป้าหมายคือค้นหาว่าอะไรคือปัจจัยที่สร้างความพึงพอใจและความประทับใจเหนือกว่าฟังก์ชันพื้นฐาน ความท้าทายอยู่ที่การประเมินว่าฟีเจอร์ใหม่สามารถแก้ปัญหาจริง คุ้มค่ากับต้นทุน และสร้างประสบการณ์เชิงบวกที่น่าจดจำได้หรือไม่ ในบริบทที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องขับขี่ในเมืองแออัดพร้อมเด็ก ๆ
ระยะที่ 1 (กันยายน 2025): ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม คัดเลือกดีลเลอร์รถ B-MPV ที่มีประสบการณ์สูงประเทศละ 6 ราย จาก 3 แบรนด์หลักในเซกเมนต์เดียวกัน การสัมภาษณ์มุ่งสำรวจมุมมองต่อฟีเจอร์ปัจจุบันและความสามารถเชิงทดลองใหม่ ๆ ที่มีแนวโน้มจะดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย B-MPV
ระยะที่ 2 (พฤศจิกายน 2025): เปลี่ยนโฟกัสไปยังผู้ใช้รถ B-MPV จริง ผ่านการสนทนากลุ่ม (Focus Group) จำนวน 6 กลุ่ม—ฟิลิปปินส์ 3 กลุ่ม และเวียดนาม 3 กลุ่ม คัดเลือกเจ้าของรถ B-MPV ประเทศละ 30 คน จากหลายแบรนด์ในเซกเมนต์เดียวกัน การสนทนาประเมินการยอมรับฟีเจอร์ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ประโยชน์เชิงการใช้งาน ข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น ผลกระทบทางอารมณ์ (ความว้าว) และความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแผนที่เส้นทางประสบการณ์ผู้ใช้ (Experience Journey Map) ที่ครอบคลุม เพื่อชี้นำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในอนาคต
เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรเอเจนซีท้องถิ่นในการวางแผนและดำเนินงานภาคสนามตลอดทั้งสองระยะของโครงการ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลทั้งหมดด้วยภาษาท้องถิ่น และทำงานประสานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้จากภาคสนามสามารถนำไปใช้งานเชิงกลยุทธ์ได้จริง
แนวทางการวิจัยแบบสองระยะช่วยให้ได้มุมมองเชิงลึกอย่างรอบด้าน ทั้งจากฝั่งผู้จำหน่าย (ดีลเลอร์) และผู้ใช้งานปลายทาง ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของการพัฒนาคุณสมบัติผลิตภัณฑ์สำหรับตลาด B-MPV ในภูมิภาคอาเซียน