Sustainability & ESG

CSR คืออะไร และการทำ CSR สำหรับองค์กร

CSR คือ (corporate social responsibility) คือพันธกิจที่บริษัทมีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ในประเทศไทย CSR ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาดอีกต่อไป — แต่เป็นความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ข้อกำหนดเชิงกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยด้านชื่อเสียงที่ส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้บริโภค ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และใบอนุญาตทางสังคมในการดำเนินธุรกิจ บริษัทส่วนใหญ่ที่ดำเนินโครงการ CSR ลงทุนไม่เพียงพอในส่วนที่สำคัญที่สุด นั่นคือการวัดผลและการพิสูจน์ผลกระทบ โครงการที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็ไม่สามารถปกป้องได้เช่นกัน

 

สารบัญ

CSR คืออะไร?

corporate social responsibility หรือ CSR (ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร) คือกรอบการดำเนินงานที่องค์กรใช้ในการรับผิดชอบต่อผลกระทบที่มีต่อพนักงาน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล แนวคิดนี้ครอบคลุมมากกว่าการบริจาคหรือกิจกรรมการกุศลแบบครั้งคราว เพราะการกุศลคือการมอบทรัพยากรเป็นครั้งคราว ขณะที่ CSR คือ แนวทางที่ฝังอยู่ในวิธีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองมีส่วนที่ทับซ้อนกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

CSR ยังมีความเกี่ยวข้องกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) แต่ไม่เหมือนกัน ESG เป็นกรอบการวัดผลที่มุ่งเน้นนักลงทุน ใช้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรตามเกณฑ์มาตรฐาน ในขณะที่ CSR มีขอบเขตกว้างกว่าและมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้เสียมากกว่า โดยครอบคลุมความรับผิดชอบต่อชุมชน สวัสดิภาพแรงงาน และการดูแลสิ่งแวดล้อมในฐานะพฤติกรรมขององค์กร ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงทางการเงิน องค์กรหนึ่งอาจมีโครงการ CSR ที่ดำเนินการอย่างจริงจัง แต่ยังได้คะแนน ESG ต่ำ หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนด และในทางกลับกันก็เป็นไปได้เช่นกัน ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะวัดผลอะไร และใครคือผู้รับสารหลักของข้อมูลนั้น

ความแตกต่างของ CSR และ ESG (CSR vs ESG Key Differences)
ความแตกต่างของ CSR และ ESG (CSR vs ESG Key Differences)

เสาหลักทั้งสี่ที่ใช้จัดโครงสร้างโครงการ CSR ส่วนใหญ่ ได้แก่ ชุมชน สิ่งแวดล้อม สถานที่ทำงาน และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นกรอบหลักทั้งในการออกแบบโครงการและการรายงานผลกระทบ

CSR ในประเทศไทย: บริบทเฉพาะถิ่น

CSR มีรากฐานที่ลึกในวัฒนธรรมองค์กรของไทย กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ เช่น SCG, PTT และ CP Group มีโครงการด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเป็นมาตรฐานที่มองเห็นได้ชัดสำหรับทุกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทย สำหรับธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่อาจมองข้ามได้ ชุมชนและหน่วยงานกำกับดูแลในไทยมักประเมินบริษัทใหม่จากมาตรฐานที่ผู้ประกอบการเดิมได้สร้างไว้แล้ว

CSR DIW เป็นมิติที่มีแนวโน้มส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด กรมโรงงานอุตสาหกรรมของไทยมีโครงการรับรอง CSR DIW ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงให้เห็นถึงแนวปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม แรงงาน และธรรมาภิบาล [2] นี่เป็นข้อกำหนดเชิง compliance ไม่ใช่เรื่องสมัครใจ ธุรกิจต่างชาติที่มีโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมในไทยจำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนด CSR DIW ก่อนสรุปว่ากรอบ CSR ระดับกลุ่มบริษัทที่มีอยู่เพียงพอแล้ว — เพราะโดยทั่วไปไม่เพียงพอ เนื่องจากการรับรอง DIW ต้องใช้เอกสารหลักฐานที่จัดทำในระดับท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงรายงานระดับกลุ่มบริษัทที่แปลมา

ความคาดหวังของชุมชนในไทยยังได้รับอิทธิพลจากค่านิยมแบบพุทธที่เน้นการเกื้อกูลและสวัสดิภาพส่วนรวม โครงการ CSR ที่มองชุมชนเป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์แบบ passive มักให้ผลลัพธ์ต่ำกว่าโครงการที่เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรม ความคาดหวังทางวัฒนธรรมคือการมีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงการให้

ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับชื่อเสียงด้าน CSR มากขึ้นในการตัดสินใจซื้อ โดยผู้บริโภคออนไลน์จำนวนมากระบุว่าพฤติกรรมของบริษัทต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อความชื่นชอบในแบรนด์ของตน [3] หลังช่วง post-pandemic แนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Millennials และ Gen Z ในเมือง ซึ่งมักตรวจสอบคำกล่าวอ้างของแบรนด์ควบคู่กับความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย หากคำกล่าวอ้างด้าน CSR ไม่สามารถผ่านการตรวจสอบจากสาธารณะได้ ก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านชื่อเสียงทันที การติดตามบทสนทนาเกี่ยวกับโครงการ CSR บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง Pantip และ X จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงนี้ โดยเครื่องมือ Social listening ช่วยให้องค์กรมองเห็นบทสนทนาและ perception แบบ real-time ที่จำเป็นต่อการบริหารชื่อเสียง

สี่เสาหลักของ CSR

สี่เสาหลักของ CSR (The Four Pillars of CSR)
สี่เสาหลักของ CSR (The Four Pillars of CSR)

โครงการ CSR ครอบคลุม 4 ด้านหลัก โดยแต่ละด้านต้องใช้แนวทางการออกแบบ การดำเนินงาน และการวัดผลที่แตกต่างกัน

การพัฒนาชุมชน ครอบคลุมโครงการด้านการศึกษา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น การจ้างงานคนในชุมชน และการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน ในประเทศไทยยังรวมถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมและมรดกท้องถิ่น เช่น การบูรณะวัด การสนับสนุนงานหัตถกรรมพื้นบ้าน และการคุ้มครองวิถีวัฒนธรรม

โครงการด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ระบบลดของเสีย การปลูกป่า ความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอน และการจัดการน้ำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตและธุรกิจเกษตร

โครงการด้านสถานที่ทำงาน ครอบคลุมอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม การพัฒนาทักษะ และสวัสดิภาพพนักงาน

ธรรมาภิบาล ครอบคลุมความโปร่งใส มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงความรับผิดชอบใน supply chain เช่น การจัดหาวัตถุดิบ มาตรฐานแรงงานของผู้รับจ้างช่วง และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของ supplier สำหรับองค์กรที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด CSR DIW หรือการรายงาน ESG ระดับกลุ่ม การจัดทำเอกสารด้านธรรมาภิบาลและ การทำแผนที่ผู้มีส่วนได้เสีย มักเป็นส่วนที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระมากที่สุด

ประเด็นสำคัญไม่ใช่การทำครบทั้งสี่ด้าน แต่คือการเลือกกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของชุมชน จัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และวัดผลลัพธ์อย่างเข้มงวดเพียงพอที่จะรายงานได้อย่างน่าเชื่อถือ

เหตุใดการวัดผล CSR จึงสำคัญ

โครงการ CSR ที่ไม่มีการวัดผลเป็นเพียง budget line แม้จะมีเจตนาดีและมีการดำเนินงานจริง แต่ไม่สามารถสร้างหลักฐานได้ และปัจจุบันสิ่งที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการคือ evidence

นักลงทุนที่ใช้เกณฑ์ ESG ต้องการข้อมูลผลกระทบเชิงปริมาณจากการดำเนินงานในไทยเพื่อนำไปใช้ในการรายงานระดับกลุ่ม กรอบอย่าง GRI และ SDGs เป็นมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่สำนักงานใหญ่ต้องปฏิบัติตาม [4] ดังนั้นหน่วยงานในไทยไม่สามารถพึ่งพาเพียง narrative claims หรือภาพกิจกรรมได้ แต่ต้องมี survey data, community needs assessment และการวัดผลก่อน–หลังที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ

การรับรอง CSR DIW ก็ต้องใช้หลักฐานเชิงเอกสารของผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยตัวเลขที่องค์กรประเมินเองไม่เพียงพอ

ในด้านชื่อเสียง ความเสี่ยงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน คำกล่าวอ้างที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้มักถูกมองว่าเป็น greenwashing (การฟอกเขียว) ซึ่งมีผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเสี่ยงเชิงกฎระเบียบอย่างมีนัยสำคัญ [5] การสำรวจ perception ของผู้มีส่วนได้เสีย การวิจัยชุมชน และ media monitoring เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเห็นมุมมองภายนอกที่รายงานภายในไม่สามารถให้ได้

 

บริการ ESG Research ของ Iconic Research ช่วยสนับสนุนโครงสร้างการวัดผลและ stakeholder insight ที่โครงการ CSR ต้องการ ตั้งแต่ community needs assessment และ baseline study ไปจนถึง impact measurement surveys, stakeholder interviews และการเก็บข้อมูลเพื่อการรายงาน ESG

บทสรุป

ในประเทศไทย CSR ดำเนินอยู่บนจุดตัดของข้อกำหนดเชิงกฎระเบียบ ความคาดหวังทางวัฒนธรรม และกลยุทธ์ด้านชื่อเสียง องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ผู้ที่ใช้งบประมาณสูงที่สุด แต่คือผู้ที่เข้าใจบริบทท้องถิ่น ออกแบบโครงการจากความต้องการจริงของชุมชน และวัดผลอย่างเข้มงวดเพียงพอที่จะอธิบายต่อ regulator นักลงทุน และชุมชนได้ว่า csr คือ มากกว่าแค่โครงการเพื่อภาพลักษณ์

คำถามที่พบบ่อย

CSR ย่อมาจากอะไร?

CSR ย่อมาจาก corporate social responsibility ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานที่องค์กรใช้ในการรับผิดชอบต่อผลกระทบที่มีต่อพนักงาน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ในประเทศไทย CSR ทำหน้าที่ทั้งในฐานะความมุ่งมั่นโดยสมัครใจขององค์กร และสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ยังเป็นข้อกำหนดด้านกฎระเบียบภายใต้โครงการรับรอง CSR DIW ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

CSR กับ ESG แตกต่างกันอย่างไร?

CSR เป็นความมุ่งมั่นเชิงปฏิบัติการที่องค์กรมีต่อการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นชุมชน พนักงาน สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ขณะที่ ESG เป็นกรอบการวัดผลที่มุ่งเน้นนักลงทุน ใช้ประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลตามเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งสองมีส่วนที่ทับซ้อนกันอย่างมาก แต่ CSR มีขอบเขตด้านผู้มีส่วนได้เสียที่กว้างกว่า ในขณะที่ ESG ถูกออกแบบมาเพื่อการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและการรายงานอย่างเป็นระบบ องค์กรอาจมีโครงการ CSR ที่ดำเนินอยู่จริง แต่ยังได้คะแนน ESG ต่ำ หากกิจกรรมเหล่านั้นไม่ได้รับการวัดผลและรายงานตามมาตรฐานที่กำหนด

CSR DIW ในประเทศไทยคืออะไร?

CSR DIW คือโครงการรับรอง corporate social responsibility ที่ดำเนินการโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต้องแสดงหลักฐานเชิงเอกสารของการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบในมิติด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม แรงงาน และธรรมาภิบาล สำหรับผู้ผลิตต่างชาติและธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีสถานประกอบการในไทย CSR DIW ถือเป็นข้อกำหนดด้าน compliance ไม่ใช่กรอบที่เลือกทำได้ตามสมัครใจ และต้องใช้ข้อมูลปฐมภูมิที่จัดเก็บในระดับท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงรายงาน CSR ระดับ global ที่แปลเป็นภาษาไทย

ตัวอย่างกิจกรรม CSR มีอะไรบ้าง?

กิจกรรม CSR ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ได้แก่ โครงการพัฒนาชุมชน เช่น การศึกษา การจ้างงานในพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น โครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่า การลดของเสีย และโครงการลดคาร์บอน โครงการด้านสถานที่ทำงาน เช่น ความปลอดภัย มาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม และการพัฒนาทักษะ รวมถึงการตรวจสอบความรับผิดชอบใน supply chain และโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมหรือมรดกท้องถิ่น กิจกรรม CSR ที่มีประสิทธิภาพควรเลือกจากความต้องการที่แท้จริงของชุมชน มีทรัพยากรสนับสนุนเพียงพอ และวัดผลตาม outcome ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะมองเห็นได้ง่าย

บริษัทวัดผลกระทบของ CSR ในประเทศไทยอย่างไร?

การวัดผลกระทบของ CSR จำเป็นต้องใช้การวิจัยปฐมภูมิ เช่น community needs assessment, baseline survey, การศึกษาผลกระทบภายหลังการดำเนินโครงการ และการสัมภาษณ์ perception ของผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับการรับรอง CSR DIW จำเป็นต้องมีหลักฐานเชิงเอกสารของผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยตัวเลขที่องค์กรประเมินเองเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ส่วนการรายงาน ESG จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงปริมาณจากระดับท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ในการเปิดเผยข้อมูลตามกรอบ GRI หรือ SDGs ในระดับกลุ่ม การทำความเข้าใจว่าชุมชนและผู้บริโภครับรู้ผลการดำเนินงาน CSR อย่างไร — ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่องค์กรรายงานเอง — จำเป็นต้องอาศัยการวิจัยอิสระที่ทีมภายในไม่สามารถดำเนินการแทนตนเองได้

แหล่งอ้างอิง

[1] ISO (2010). ISO 26000: Guidance on Social Responsibility. International Organisation for Standardisation. https://www.iso.org/iso-26000-social-responsibility.html

[2] Department of Industrial Works, Thailand. CSR DIW Programme. Ministry of Industry. https://www.diw.go.th

[3] Electronic Transactions Development Agency (2024). Thailand Internet User Behavior Report. ETDA. https://www.etda.or.th

[4] Global Reporting Initiative (2021). GRI Universal Standards 2021. GRI. https://www.globalreporting.org/standards/

[5] European Securities and Markets Authority (2023). Greenwashing in the EU Financial Sector. ESMA. https://www.esma.europa.eu/sites/default/files/2023-05/ESMA36-6-2517_Final_Report_on_Greenwashing.pdf

หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์

ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย


เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย


ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย!


info@iconicthai.com

‪(+66)888954954

ติดต่อเรา

เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!

โพสต์ที่คล้ายกัน

Customer Experience คืออะไร และกลยุทธ์สร้าง CX

บริการ Consumer & Stakeholder Insight ของ Iconic Research เป็นรากฐานด้านงานวิจัยสำหรับการวางกลยุทธ์ customer experience ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิง qualitative เพื่อค้นหา friction points และ emotional drivers ไปจนถึงการวัดผลเชิง quantitative ของประสิทธิภาพแต่ละ touchpoint ตลอด customer journey ทั้งหมด ดูเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

22 นาทีในการอ่าน
ภาพรวมธุรกิจบริการไทย: โอกาส การแข่งขัน และอินไซต์จากการวิจัยตลาด

เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจบริการไทย ตั้งแต่โครงสร้างอุตสาหกรรม มุมมองทางกฎหมาย โอกาสใหม่ในตลาดไทย และอินไซต์จากการวิจัยตลาด

26 นาทีในการอ่าน
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2569: จากสงครามราคาสู่สงครามความเชื่อมั่น

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในปี 2569 เมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เปลี่ยนจากกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดุดันไปสู่การแข่งขันที่เน้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

33 นาทีในการอ่าน
ดูทั้งหมด