
ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การทำแบบสำรวจเพื่อการสำรวจตลาดคือ หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนการตัดสินใจทางธุรกิจจากการคาดเดาไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งมุ่งเน้นการเก็บข้อมูลโดยตรงจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความชอบ ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการระบุแนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ โดยแบบสำรวจ มีหลายประเภท ซึ่งการเลือกวิธีที่เหมาะสมต้องพิจารณาหลากหลายปัจจัย รวมไปถึงขนาดของธุรกิจเองก็มีผลต่อการเลือกใช้แบบสำรวจ ซึ่งบทความนี้จะพาไปเจาะลึกทีละประเด็น
Market survey คือ วิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบจากบุคคลหรือองค์กร เพื่อวัดความคิดเห็น ความพึงพอใจ หรือแนวโน้มตลาด โดยการสำรวจตลาด ที่ดีช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนการตัดสินใจจากการคาดเดาไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์
สารบัญ
Market survey คือ เครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์ธุรกิจไทย เพราะการสำรวจตลาด ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ความต้องการในตลาด และโอกาสที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
แบบสำรวจตลาดคือ วิธีการที่ถูกจัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลโดยตรงจากกลุ่มเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะ (Target Audience) ซึ่งแตกต่างจากการวิจัยตลาดทั่วไปที่อาจมุ่งเน้นไปที่แนวโน้มของอุตสาหกรรมในวงกว้าง แบบสำรวจตลาด จะมุ่งเน้นการรับข้อเสนอแนะโดยตรงจากบุคคลภายในกลุ่มตลาดเฉพาะ (Specific Segment) โดยจะช่วยให้คุณเข้าใจความชอบ พฤติกรรม และการรับรู้ของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการระบุแนวโน้มของลูกค้า ภาพรวมการแข่งขัน และพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจ [1]
แบบสำรวจตลาด มักจะรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณผ่านคำถามที่หลากหลาย โดยมีขอบเขตสำคัญที่ครอบคลุมดังนี้:

เพราะแบบสำรวจ เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากกว่าแค่การรวบรวมความคิดเห็นทั่วไป แต่คือช่องทางตรงในการรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า รวมถึงความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อบริษัท ผลิตภัณฑ์ และบริการของคุณ คุณสามารถใช้แบบสำรวจ เพื่อค้นหาได้อย่างชัดเจนว่าลูกค้ามองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดของคุณอย่างไร พวกเขารู้สึกอย่างไรต่อการแสดงตัวตนของบริษัทคุณบนโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ ความพึงพอใจของลูกค้าโดยรวม ดังนั้นแบบสำรวจ จึงเป็นเส้นตรงในการค้นหาข้อมูลที่มีค่าเกี่ยวกับลูกค้าและบริษัทของคุณ
ประเภทแบบสำรวจ | วัตถุประสงค์หลัก | คำถาม/ข้อมูลที่มักจะเก็บ |
แบบสำรวจทั่วไป | รวบรวมข้อมูลทั่วไปจากกลุ่มเป้าหมาย | คำถามปรนัย/อัตนัย เพื่อเก็บความคิดเห็น |
แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT) | วัดความรู้สึกต่อสินค้า/บริการ/ประสบการณ์ | ความถี่ในการใช้, คะแนนความพึงพอใจโดยรวม (NPS) |
แบบสำรวจความพึงพอใจของพนักงาน | ประเมินความผูกพัน และวัฒนธรรมองค์กร | ความพึงพอใจในการทำงาน, ความรู้สึกต่อหัวหน้า |
แบบสำรวจการวิจัยคู่แข่ง (Competitor Research Survey) | ค้นหาคู่แข่งและประเมินว่าลูกค้ามองคู่แข่งอย่างไร | "เมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์นี้ แบรนด์ใดบ้างที่นึกถึง?", ความถี่ในการซื้อ |
แบบสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior Survey) | ทำความเข้าใจ Customer Journey และกระบวนการตัดสินใจซื้อ | "ใครเป็นผู้ตัดสินใจซื้อหลัก?", "คุณทราบข้อมูลแบรนด์นี้ได้อย่างไร?" |
แบบสำรวจบุคลิกภาพแบรนด์ (Brand Personality Survey) | ติดตามการรับรู้ภาพลักษณ์สาธารณะของแบรนด์โดยลูกค้า | "คำใดที่นึกถึงเมื่อนึกถึงแบรนด์เรา?", "แบรนด์เรามีความโดดเด่นแค่ไหน?" |
แบบสำรวจข้อมูลประชากรลูกค้า (Customer Demographics Survey) | รวบรวมข้อมูลเชิงประชากรที่เกี่ยวข้องของลูกค้าเป้าหมาย | อายุ, เพศ, ระดับการศึกษา, รายได้ |
แบบสำรวจการทดสอบราคา (Price Testing Survey) | ประเมินความพึงพอใจของลูกค้าต่อราคาผลิตภัณฑ์/บริการ | "คุณซื้อสินค้าประเภทนี้บ่อยแค่ไหน?", "คุณพึงพอใจกับราคาที่จ่ายไปแค่ไหน?" |
อย่างไรก็ตามแบบสำรวจ แต่ละประเภทนั้นไม่เหมือนกัน และสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่แตกต่างกันได้ การมีตัวเลือกแบบสำรวจ ที่หลากหลายทำให้การตัดสินใจเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการของบริษัทคุณเป็นเรื่องท้าทาย เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่ถูกต้อง ก่อนทำแบบสำรวจคุณต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายประการ [2] เช่น:

การ ทำแบบสำรวจ ตลาดเพื่อสำรวจความต้องการของตลาด เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ SME เพื่อประเมินความต้องการที่แท้จริงและกำหนดกลยุทธ์การตลาด กระบวนการนี้ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก โดยการสร้างแบบสำรวจความต้องการทางธุรกิจ ควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน (SMART Goals) และระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด จากนั้นรวบรวมข้อมูลด้วยการวิจัยแบบสำรวจ ทั้งวิจัยปฐมภูมิ (สัมภาษณ์, แบบสำรวจออนไลน์) และวิจัยทุติยภูมิ (รายงานอุตสาหกรรม, การวิเคราะห์คู่แข่ง) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับธุรกิจคุณ การเลือกวิธีการสำรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณของโครงการ
การถามเช่นนี้ช่วยวัดความสำคัญของปัญหาในรูปของมูลค่าที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย (เช่น การประหยัดเวลา/เงิน) ข้อมูลที่ได้แบบสำรวจนี้ จะช่วยให้ SME สามารถกำหนดราคาและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม และนำไปสู่การค้นพบ Product-Market Fit ที่แท้จริง เมื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์แล้ว SME ควรนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปปรับปรุงสินค้า บริการ และกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะ การทำแบบสำรวจตลาด และแบบสำรวจความต้องการของลูกค้า ต้องทำซ้ำเป็นประจำเพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของตลาด [3]
สำหรับผู้ประกอบการ Startup การทำ แบบสำรวจตลาด ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันความอยู่รอดของธุรกิจและดึงดูดเงินลงทุนจากนักลงทุน เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีหลักฐานที่จับต้องได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นตอบสนองความต้องการของตลาดจริง (Market Need)
จากนั้นจึงเลือกใช้วิธีวิจัยที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการวิจัยทุติยภูมิ (Secondary Research) เพื่อหาขนาดตลาดและคู่แข่ง ก่อนที่จะทำการวิจัยปฐมภูมิ (Primary Research) อย่างเข้มข้น เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมาย การทำ focus group หรือการส่งแบบสำรวจออนไลน์ กับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกคัดกรองมาอย่างดี เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ได้อย่างทันท่วงที [4]
ประเภทธุรกิจ | Startup | SME |
เป้าหมายหลัก | "ค้นหา" เพื่อพิสูจน์ว่าปัญหาและโอกาสมีอยู่จริง | "ปรับปรุง" และ "ขยาย" สิ่งที่มีอยู่แล้ว |
วิธีการวิจัยที่เน้น | Primary Research (วิจัยปฐมภูมิ) อย่างเข้มข้น | ใช้วิธีการสำรวจตลาด หลากหลายรูปแบบ (ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ) |
วัตถุประสงค์ของการวิจัย | - ทดสอบสมมติฐานที่มีความเสี่ยงสูง - พิสูจน์แนวคิดธุรกิจทั้งหมด - ปรับปรุง "แก่น" ของผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วเพื่อบรรลุ Product-Market Fit | - เน้นใช้แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT) อย่างต่อเนื่อง - ทดสอบราคา - หาช่องว่างเพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดเดิม |
ลักษณะกระบวนการ | วนซ้ำ (Iterate) และปรับสมมติฐานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในทุกเวอร์ชันของผลิตภัณฑ์ | มุ่งเน้นการปรับปรุงเชิงเพิ่ม และขยายตลาด |
ในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลสถิติปี 2567 ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ธุรกิจจะต้องใช้แบบสำรวจออนไลน์เพื่อเข้าถึงและวิเคราะห์ตลาด โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 63.21 ล้านคน (คิดเป็น 88% ของประชากร) และครัวเรือนไทยเกือบทั้งหมด (90.3%) สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งคนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเกือบ 10 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น มากกว่า 66% ของคนไทยเป็นผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม E-Commerce [5]
เนื่องจากอีคอมเมิร์ กลายเป็นแรงผลักดันหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยคิดเป็น 63% ของมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม ในปี 2565 (มูลค่าสินค้ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีอัตราการใช้งานสูงถึง 94% ในกลุ่มคนไทย สถิติดังกล่าวตอกย้ำว่าแบบสำรวจออนไลน์ จึงเป็นวิธีการหลักในการเก็บข้อมูลในการสำรวจและวิเคราะห์ตลาด ความแพร่หลายของการซื้อขายและบริการดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซ หรือบริการส่งอาหารออนไลน์ ทำให้แบบสำรวจตลาด ต้องถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงและเก็บข้อมูลจากพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่องทางดิจิทัลเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจได้ข้อมูลเชิงลึกที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง [6]
การออกแบบแบบสอบถามที่ดีและการเลือก วิธีการสำรวจ ที่เหมาะสมคือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของ market survey เริ่มจากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คำถามที่ไม่ลำเอียง และช่องทางเก็บข้อมูลที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างต่อไปนี้คือการนำหลักการเหล่านี้ไปใช้จริงในงาน CATI ของ Iconic Research
ในการดำเนินงานตามกรณีศึกษานี้ เรา (Iconic Research) ได้รับมอบหมายจากบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่แห่งหนึ่งให้ดำเนินการวิจัยแบบสำรวจ เพื่อทำความเข้าใจความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้บริโภคเกี่ยวกับบริการของตนเอง วัตถุประสงค์หลักคือการระบุจุดที่สามารถปรับปรุงได้ตลอดเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) การสำรวจถูกออกแบบให้ครอบคลุมหลายจุดสัมผัส (Multi-Channel) ตั้งแต่คุณภาพของบริการโทรคมนาคมหลัก, การจัดการหน้าร้าน, ไปจนถึงการโต้ตอบทางดิจิทัล เช่น ระบบตอบกลับอัตโนมัติและแอปพลิเคชัน โดยเราเลือกใช้เทคนิค CATI (Computer Assisted Telephone Interviewing) หรือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณที่สามารถจัดการกับกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระบวนการสำรวจด้วยระบบ CATI ถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าจะจัดส่งกลุ่มตัวอย่างและเป้าหมายของผู้ตอบแบบสำรวจ มาให้เราทุกเดือน ทีมงานของเราให้ความสำคัญกับการเก็บคำตอบแบบเปิด (verbatim) หรือคำพูดจริง ๆ จากผู้ตอบ แบบสำรวจ ควบคู่ไปกับการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งถือเป็น แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า โดยเมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วสามารถค้นพบข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าได้อย่างทันท่วงทีเกี่ยวกับระดับความไม่พึงพอใจของลูกค้า รวมถึงรายละเอียดเชิงปริมาณเกี่ยวกับรูปแบบและช่วงเวลาที่ปัญหาเกิดขึ้นจริง ข้อมูลนี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ลูกค้าใช้ในการกำหนดแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการในทุกช่องทาง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
แบบสำรวจตลาดคือเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลโดยตรงจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อทำความเข้าใจความชอบ พฤติกรรม และการรับรู้ของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง แบบสำรวจ จึงเป็นเส้นทางตรงในการรับข้อมูลที่มีค่าเพื่อวัดความพึงพอใจของลูกค้า และประเมินภาพลักษณ์ของบริษัท ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งธุรกิจทุกขนาด
สำหรับ SME การทำ แบบสำรวจตลาด จะช่วยให้สามารถกำหนด Product-Market Fit ได้อย่างแม่นยำ และปรับกลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ลูกค้า โดยเน้นการถามถึง ปัญหา ที่ลูกค้าเผชิญอยู่ เพื่อกำหนดมูลค่าที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย
สำหรับ Startup แบบสำรวจตลาด มีบทบาทในการพิสูจน์สมมติฐานที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อยืนยันความอยู่รอดของธุรกิจ และปรับปรุง “แก่น” ของผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วเพื่อดึงดูดนักลงทุน การเลือกใช้วิธีทำแบบสำรวจ ที่เหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตและคงความเกี่ยวข้องในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้
แบบสำรวจตลาดคือ อะไร และแตกต่างจากการวิจัยตลาดทั่วไปอย่างไร?
แบบสำรวจตลาดคือ การเก็บข้อมูลโดยตรงจากกลุ่มเป้าหมาย ที่เฉพาะเจาะจง (Specific Segment) ต่างจากการวิจัยตลาดทั่วไปที่เน้นแนวโน้มอุตสาหกรรมวงกว้าง
แบบสำรวจประเภทใดบ้างที่ใช้ในการวิจัยตลาด?
ใช้หลายประเภท เช่น แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT), แบบสำรวจการวิจัยคู่แข่ง, แบบสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค และ แบบสำรวจการทดสอบราคา
อะไรคือความแตกต่างหลักในการ ทำแบบสำรวจตลาด ระหว่าง Startup กับ SME?
Startup เน้นการใช้ Primary Research เพื่อ "ค้นหา" Product-Market Fit ส่วน SME ใช้เพื่อ "ปรับปรุง" และ "ขยาย" สิ่งที่มีอยู่แล้ว
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อน ทำแบบสำรวจ คืออะไร?
ต้องพิจารณา เวลา, งบประมาณ, กลุ่มเป้าหมาย (วิธีการเข้าถึง) และ ความเชี่ยวชาญในการวิจัย ในการวิเคราะห์ข้อมูล
เทคนิค CATI ในกรณีศึกษาโทรคมนาคมคืออะไร และทำไมถึงใช้?
CATI (Computer Assisted Telephone Interviewing) คือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ถูกใช้เพราะสามารถเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และเก็บคำตอบแบบเปิด (verbatim) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
การสำรวจ หมายถึง อะไร?
การสำรวจ หมายถึง กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อทำความเข้าใจความคิดเห็น พฤติกรรม หรือลักษณะของกลุ่มประชากรที่ศึกษา ในบริบทของ market survey คือ การเก็บข้อมูลจากตลาดเป้าหมายเพื่อประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา หรือการวางกลยุทธ์การตลาด
หากท่านต้องการอ้างอิงข้อมูลใด ๆ จากบทความนี้ โปรดอ้างอิงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์ไปยังบทความต้นฉบับเพื่อเป็นการเคารพลิขสิทธิ์ |
ไอคอนนิค รีเสิร์ช ประเทศไทย เราคือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของท่านในด้านการวิจัยตลาดและให้คำปรึกษาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และยังให้บริการไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เราให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย และช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของตลาดในประเทศไทย ด้วยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด และการคาดการแนวโน้มของธุรกิจอันหลากหลาย ติดต่อเราหากท่านมีข้อสงสัย! (+66)888954954 |
เรามองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ มาพูดคุยกับเรา!
KOL คือผู้เชี่ยวชาญที่มีอิทธิพลจากความน่าเชื่อถือและความรู้เฉพาะทาง ไม่ใช่แค่ยอดผู้ติดตาม บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง KOL และ influencer วิธีวิจัย KOL selection ในประเทศไทย และการวัด brand impact ที่ platform metrics เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนได้
19 นาทีในการอ่านBrand positioning research ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่า consumer perception ตรงกับ positioning ที่ตั้งใจไว้หรือไม่ พร้อมอธิบาย perceptual map, brand repositioning และการแข่งขันจาก Chinese challengers ในตลาดไทย
20 นาทีในการอ่านBrand identity คือสิ่งที่แบรนด์ตั้งใจสื่อ ส่วน brand image คือสิ่งที่ผู้บริโภครับรู้จริง บทความนี้อธิบายวิธีทำ brand identity research และ audit ผ่าน Brand Identity Prism เพื่อวัดช่องว่างระหว่าง identity กับ perception รวมถึงเหตุใดบริบทวัฒนธรรมและ competitive pressure ในประเทศไทยจึงทำให้การสร้าง brand identity ที่แตกต่างต้องอาศัยงานวิจัยมากกว่า framework มาตรฐาน
17 นาทีในการอ่าน